Black Ribbon Top Right ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร

10

เรื่องล่าสุด

บรรยายพิเศษ “การสำรวจและประเมินความเสียหายด้านพืช กรณีไม้ผล ไม้ยืนต้น ที่ชะงักการเจริญเติบโตและยังอยู่ในสภาพฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิมได้ และการดูแลสวนไม้ผลหลังน้ำลด” ศูนย์ปฏิบัติการติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านพืช กรมส่งเสริมการเกษตร ระดับภูมิภาค (ศตภ.ที่ 1) ครั้งที่ 1/2570 ประชาสัมพันธ์การเรียนรู้และการเพิ่มทักษะการปฏิบัติงานของนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรในการดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช ในการบรรยายพิเศษ “การสำรวจและประเมินความเสียหายด้านพืช กรณีไม้ผล ไม้ยืนต้น ที่ชะงักการเจริญเติบโตและยังอยู่ในสภาพฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิมได้ และการดูแลสวนไม้ผลหลังน้ำลด” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :

ขอเชิญร่วมอบรมเชิงวิชาการ “การวิเคราะห์ความเสียหาย ฟื้นฟูสวนไม้ผลหลังภัยน้ำท่วม” เตรียมพร้อมฟื้นฟูสวนไม้ผลหลังภัยพิบัติ เรียนรู้แนวทางประเมินความเสียหาย ฟื้นฟูต้นไม้ให้กลับมาแข็งแรง และจัดการโรคแมลงศัตรูไม้ผลอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรสามารถปรับตัวและฟื้นฟูสวนไม้ผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พบกับ 2 หัวข้อบรรยายสำคัญ ร่วมเรียนรู้และต่อยอดองค์ความรู้ เพื่อฟื้นฟูสวนไม้ผลหลังภัยน้ำท่วมอย่างถูกวิธี ลดความเสียหาย และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง

วารสารส่งเสริมการเกษตร ปีที่ 59 ฉบับที่ 330 (กันยายน – ตุลาคม 2569)“3 สร้าง สร้างรายได้ : สร้างตลาด : สร้างโอกาส” สารบัญ/CONTENTS หน้า 2 Agri-Spotlightยกระดับสินค้าเกษตรไทย สร้างโอกาสใหม่สู่ตลาดโลก หน้า 7

วารสารส่งเสริมการเกษตร ปีที่ 59 ฉบับที่ 329 (กรกฎาคม – สิงหาคม 2569) “เพิ่มทักษะ เสริมศักยภาพ เกษตรกรไทย” สารบัญ/CONTENTS หน้า 2 Agri-Spotlightพลิกบทบาทเกษตรกรจากผู้ผลิตสู่ผู้ประกอบการและผู้ให้บริการทางการเกษตร หน้า 7 Agri-Insightเวทีชุมชนพื้นที่เชื่อมโยงเกษตรกรสู่การพัฒนาแบบมีส่วนร่วม หน้า 11 Agri-Inspireคืนรังเพื่อเติบโตพัฒนาศักยภาพจากการรู้จักตน

กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ คณะเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอเชิญชวนเกษตรกร และผู้สนใจ ร่วมเรียนรู้วิธีฟื้นฟูพืชหลังน้ำท่วม การดูแลระบบราก และการป้องกันโรคพืช เพื่อให้พืชกลับมาแข็งแรง พร้อมเดินหน้าสู่การผลิตอีกครั้ง ข้อมูล 14/10/2569

รับสมัครและคัดเลือก เกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) โครงการพัฒนาเกษตรกรสู่เกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) คุณสมบัติผู้สมัคร เอกสารการสมัคร กิจกรรม เวทีที่ 1 พัฒนาศักยภาพเกษตรกร (ระยะเริ่มต้น) เวทีที่ 2 ต่อยอดการทำงานและประเมินผล (ระยะต่อยอด) หัวข้อการเรียนรู้ การรับสมัครสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัด/สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ ที่มา

ศูนย์วิศวกรรมเกษตร ช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วม ด้วยงานบริการซ่อมเครื่องจักรกลเกษตร และงานปรับปรุงระบบการให้น้ำพืช งานบริการซ่อมเครื่องจักรกลเกษตรบำรุงรักษา ซ่อมแซม ให้กลับมาใช้งานอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว ขั้นตอนการให้บริการ ผลที่เกษตรกรได้รับ งานปรับปรุงระบบการให้น้ำพืชตรวจประเมิน ซ่อมแซม และปรับปรุงระบบให้น้ำให้กลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนการให้บริการ ผลที่เกษตรกรได้รับ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านวิศวกรรมเกษตร จังหวัดชัยนาทhttps://www.facebook.com/profile.php?id=100023915537210 ข้อมูล : 14/10/2569

วิธีจัดการวัชพืชในสวนช่วงหน้าฝน 1.สำรวจและรู้จักวัชพืชในสวนวัชพืชมีหลายประเภท ทั้งวัชพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและใบเลี้ยงคู่ บางชนิดโตเร็วและแตกหน่อได้ง่าย ระบบรากใต้ดินแข็งแรง รากลึกและวัชพืชบางชนิดขยายพันธุ์ด้วยเหง้า อาจต้องถอนและขุดรากออก 2.ถอนวัชพืชออกด้วยมือหรือเครื่องมือเช่น จอบ คราด เป็นวิธีที่ปลอดภัยและเหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็กถึงกลาง ควรถอนรากถอนโคน เพื่อป้องกันไม่ให้วัชพืชงอกช้ำ แต่ควรเลือกถอนในช่วงที่ดินไม่เปียกชุ่มเกินไป เพื่อให้ถอนง่ายและไม่ทำลายโครงสร้างดิน 3.การคลุมดินเช่น ฟางข้าว ใบไม้แห้ง หรือพลาสติกคลุมดิน จะช่วยลดการงอกของวัชพืชเพราะวัสดุคลุมดิน จะบล็อกแสงที่วัชพืชต้องการในการงอก นอกจากนี้ยังช่วยรักษาความชื้นในดินและลดการระเหยของน้ำทำให้พืชหลักเจริญเติบโตดีขึ้นด้วย

แนวทางปฏิบัติหลังน้ำท่วม “พืชไร่ มะพร้าว ปาล์มน้ำมัน กาแฟ พริกไทย ขมิ้นชัน ยางพารา” การดูแลแปลงเกษตรให้ฟื้นตัวอย่างถูกวิธี หลายพื้นที่เริ่มมีน้ำลดลงแล้ว แต่ปัญหาที่ตามมาคือความชื้นสะสม ดินแน่น และโรคพืชจากเชื้อรา เพื่อให้ผลผลิตกลับมาฟื้นตัวได้ไว แนะนำแนวทางสำคัญดังนี้ ที่มา : กลุ่มพัฒนาสื่อส่งเสริมการเกษตร สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตร เข้าดูข้อมูลเพิ่มเติม :

Bacterial Leaf Blight Diseaseโรคขอบใบแห้งสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ในสภาพที่มีฝนตกชุก หรือความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง สาเหตุและแหล่งที่พบการระบาดบ่อยครั้ง สาเหตุและแหล่งที่พบสาเหตุ : เชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas oryzae pv. oryzae (ex Ishiyama) Swings et al. แหล่งที่พบระบาดบ่อยครั้ง : นาน้ำฝนและนาชลประทาน


การปลูกพืชร่วมยางพารา

พืชที่ปลูกระหว่างแถวยางพารา สามารถปลูกและเจริญเติบโตร่วมกับต้นยางพาราและให้ผลผลิตควบคู่กันไป ไม่มีผลต่อการเจริญเติบโตของต้นยางพารา และพืชที่นำมาปลูกร่วมกับต้นยางพารา จะต้องมีการเจริญเติบโตตามปกติ โดยสามารถแบ่งชนิดของพืชร่วมยางพาราได้ ดังนี้

ไม้ผล : ลองกอง ลางสาด ขนุน ระกำ มังคุด
ไม้ยืนต้น : สะตอ หวาย
พืชสมุนไพร : ขิง ขมิ้นชัน
ไม้ดอกไม้ประดับ : ดาหลา หน้าวัว หมากแดง
ผัก : ผักเหลียง ผักกูด

ตัวอย่าง การปลูกพืชร่วมยางพารา “การปลูกขมิ้นชัน”

  1. การเตรียมพื้นที่ โดยการไถพรวนและยกร่อง ตากดินประมาณ 10-15 วัน
  2. พันธุ์ เช่น พันธุ์ตรัง 2 แดงสยาม ส้มปรารถนา และเหลืองนนทรี
  3. การปลูก ปลูกลงในดินที่ไถพรวนและยกร่องปลูก ระยะระหว่างแถว 75×30 เซนติเมตร เริ่มปลูกในช่วงต้นฤดูฝนประมาณปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคมทุกปี โดยการปลูกขมิ้นชันอาจใช้หัวพันธุ์ 2 ลักษณะคือ ใช้หัวแม่ และใช้แง่ง
  4. ผลผลิต การเก็บเกี่ยวผลผลิตเมื่อขมิ้นชันมีอายุประมาณ 9-12 เดือน
  • ถ้าปลูกโดยใช้หัวแม่ ที่มีรูปร่างคล้ายรูปไข่ ขนาดน้ำหนักประมาณ 15-50 กรัมต่อหัว ระยะปลูกที่ 25×30 เซนติเมตร ให้ผลผลิตประมาณ 3,300 กิโลกรัมต่อไร่
  • ถ้าปลูกด้วยเง่งขนาด 15-30 กรัมต่อชิ้น หรือ 7-10 ปล้องต่อชิ้น จะให้ผลผลิตน้ำหนักสดประมาณ 2,800 กิโลกรัมต่อไร่

การปลูกพืชแซมยางพารา
พืชที่ปลูกในระหว่างแถวยางพาราขณะที่ต้นยางพาราอายุไม่เกิน 3 ปี และพื้นที่ระหว่างแถวยางพาราต้องมีปริมาณแสงแดดมากกว่า 50% ของปริมาณของแสงทั้งหมด การปลูกพืชแซมยางพาราไม่ควรเป็นชนิดพืชที่มีการเจริญเติบโต ระบบรากขยายแตกกอมากจนไปรบกวนต้นยางพารา และควรปลูกพืชที่ต้องการแสงแดดในช่วงการเจริญเติบโต เป็นพืชล้มลุก มีอายุสั้น และดูแลรักษาง่าย โดยพืชที่แนะนำให้ปลูกแซมยางพาราแบ่งตามอายุได้ ดังนี้

  1. พืชที่มีอายุมากกว่า 1 ปี : ข้าวไร่ ข้าวโพด พืชตระกูลถั่ว พริก มะเขือเทศ มะระ ถั่วฝักยาว แตงกวา แตงโม ฯลฯ
  2. พืชที่มีอายุมากกว่า 1 ปี : กล้วย มะละกอ สับปะรด เป็นต้น

ตัวอย่าง การปลูกพืชแซมยางพารา “การปลูกกล้วย”

  1. พันธุ์ที่เหมาะสม ได้แก่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ และกล้วยเล็บมือนาง
  2. การปลูกกล้วย ในพื้นที่ระหว่างแถวยาง สามารถกระทำได้ 2 รูปแบบ ดังนี้
    2.1 ปลูกกล้วย 2 แถว ระหว่างแถวยาง ห่างจากแถวยาง 2 เมตร ระยะระหว่างแถวกล้วย 3 เมตร ระหว่างต้น 2.5 เมตร ไว้หน่อกล้วย 2-3 หน่อต่อหลุม
  3. การเตียมดิน ขุดหลุดปลูก ขนาด 50x50x50 ใส่ดินบนคลุกเคล้าปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวแล้ว วางหน่อกล้วยให้ส่วนยอดสูงกว่าระดับ 4 นิ้ว โดยส่วนตาลึกในดิน 1 ฟุต เกลี่ยดินล่างให้เต็มหลุมและอัดแน่น ในปีแรกอาจปลูกถั่ว ข้าวโพด พืชผัก ในพื้นที่ว่างระหว่างแถวกล้วยได้อีก
  4. การปฏิบัติดูแลรักษาที่เหมาะสม เช่น การใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยเคมี การตัดแต่งหน่อกล้วยและใบกล้วย การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช โรคตายพราย ด้วงงวงไชเหง้า หนอนม้วนใบ และแมลงวันผลไม้
  5. การเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม เมื่อต้นกล้วยตกปลีแล้ว 10-17 วัน ให้ตัดปลีทิ้ง และเก็บผลได้หลังจากนั้น 60-70 วัน

จัดทำโดย : สำนักงานเกษตรอำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว

ข้อมูล : 13/7/2569

การปลูกพืชร่วมยางพารา