Black Ribbon Top Right ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร

10

เรื่องล่าสุด

๒๓ ตุลาคมวันปิยมหาราช น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ กรมส่งเสริมการเกษตร

หนอนกระทู้ผัก (Common cutworm) ศัตรูตัวร้ายของพืชผักตระกูลกะหล่ำ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Spodoptera litura (Fabricius) วงจรชีวิตของหนอนกระทู้ผัก รูปร่างลักษณะและชีวประวัติ ลักษณะการทำลายของหนอนกระทู้ผัก พืชอาหาร ข้อมูล : กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย เรียบเรียง : กลุ่มพัฒนาสื่อส่งเสริมการเกษตร สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี

เกลือหวานปัตตานี…มรดกแห่งภูมิปัญญา เอกลักษณ์เดียวในคาบสมุทรแหลมมลายู เค็มนิด หวานหน่อย… “เกลือหวานปัตตานี” เคล็ดลับความอร่อยจากธรรมชาติ เกลือขาวสะอาด รสกลมกล่อม ไม่เค็มจัดจนขม ใช้ปรุงอะไรก็อร่อยลงตัว #เกลือหวานปัตตานี #GaramManis #เคล็ดลับความอร่อยจากธรรมชาติ #ของดีใต้ต้องบอกต่อ #เคล็ดลับเกษตรวันศุกร์ ที่มา : วารสารกรมส่งเสริมการเกษตร พฤษภาคม – มิถุนายน 2566

มวนลำไย หรือแมงแกง (Longan Stink Bug) ชื่อวิทยาศาสตร์ Tessaratoma javanica ลักษณะทั่วไป : ลำตัวยาว 25-31 มิลลิเมตร ตัวเต็มวัยมีสีน้ำตาลปนเหลือง หนวดแบบเส้นด้าย (filiform) ปากแบบเจาะดูด (piercing-sucking type) ปีกแบบ (hemelytra) เนื้อปีกส่วนโคนแข็ง

โรคดอกกระถิน (FALSE SMUT) โรคดอกกระถิน เกิดจากเชื้อรา Ustilaginoidea virens (Cke.)เข้าทำลายรวงข้าวในระยะเริ่มออกดอก เมื่อสภาพอากาศมีความชื้นสูง เช่น มีฝนหรือน้ำค้างมาก ในระยะแรก เชื้อราดอกกระถินจะเป็นกลุ่มก้อนขนาดเล็กสีเหลือง มีเยื่อหุ้มอยู่ระหว่างเปลือกเมล็ดข้าว ต่อมาเชื้อราดอกกระถินจะมีขนาดใหญ่ขึ้น จนคลุมเมล็ดข้าวทั้งเมล็ด เมื่อเชื้อราเจริญต่อไป เยื่อหุ้มจะแตกออก เชื้อราจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม สุดท้ายก้อนเชื้อราดอกกระถินจะมีรอยแยกและมีสีเขียวเข้มปนเหลือง ระยะนี้เชื้อราจะปลิวไปกับลม เข้าทำลายเมล็ดข้าว

แผ่นพับที่ 1/2568 หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ชื่อสามัญ Durian Seed Borer ประเทศไทยมีรายงานพบ 3 ชนิด ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ Noctuidae เป็นแมลงศัตรูสำคัญและที่สร้างความเสียหายต่อผลผลิตทุเรียนทำให้เนื้อทุเรียนเสียคุณภาพ ทำให้เกษตรกรขายทุเรียนได้ในราคาต่ำและยังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของผู้บริโภค นอกจากนี้ยังเป็นศัตรูพืชกักกันที่สำคัญที่สามารถสร้างผลกระทบต่อการนำเข้าและส่งออกทุเรียน ดังนั้น เกษตรกรควรให้ความสำคัญในการป้องกันกำจัดเพื่อป้องกันความเสียหายคัดคุณภาพผลผลิตก่อนการจำหน่ายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค โดยหนอนชนิดนี้มีพืชอาศัย คือ ทุเรียน รูปร่างลักษณะ

ไอ พี เอ็ม (Integreted Pest Management-IPM) คือ วิธีการจัดการศัตรูพืชที่ใช้การควบคุมหลาย ๆ วิธีรวมกันอย่างสอดคล้องโดยใช้ปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสมและมีความยั่งยืน ซึ่งมีหลายวิธีการ เช่น วิธีเขตกรรม วิธีกล วิธีฟิสิกส์ วิธีชีวภาพ วิธีการใช้สารเคมี หลักการ IPM การป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสานคลิกอ่าน : https://esc.doae.go.th/การป้องกันกำจัดศัตรูพื-3/

มาทำความรู้จักกับไตรโคเดอร์มาให้มากขึ้น ว่าเชื้อราตัวดีตัวนี้มีส่วนช่วยป้องกันโรคพืชได้อย่างไร ควบคุมโรคอะไรได้บ้าง มาเรียนรู้วิธีใช้ประโยชน์ วิธีผลิตขยายเชื้อสดไว้ใช้เอง รวมทั้งจะหาได้จากแหล่งใดได้บ้าง มาหาคำตอบจากโพสต์นี้ได้เลยค่ะ เชื้อราไตรโคเดอร์มาคลิกอ่าน : https://esc.doae.go.th/ไตรโคเดอรมา/ เชื้อราไตรโคเดอร์มา ตัวช่วยสำคัญในการควบคุมโรคพืชคลิกอ่าน : https://esc.doae.go.th/เชื้อราไตรโคเดอร์มา-2/

เพลี้ยแป้งในมะละกอ

เพลี้ยแป้งในมะละกอ

เพลี้ยแป้งในมะละกอ การเข้าทำลายช่วงอากาศร้อนชื้น ในพื้นที่ปลูกมะละกอ ระวังการเข้าทำลายของเพลี้ยแป้งในระยะติดผล เพลี้ยแป้งระยะตัวอ่อนแลัตัวเต็มวัย ดูดกินน้ำเลี้ยงที่ยอดอ่อน ใบ ดอก และผล โดยมีมดดำช่วยพาไปยังส่วนต่าง ๆ ของต้นมะละกอ การทำลายที่ดอกและผลอ่อน ทำให้ดอกและผลมะละกอหลุดร่วง แนวทางการป้องกันกำจัด กรณีที่จำเป็นต้องใช้สารเคมี แนะนำสารเคมี ได้แก่ *อัตราส่วนต่อน้ำ 20 ลิตร ** ควรสลับกลุ่มสารทุกการพ่น 2-3 ครั้ง ป้องกันการดื้อยา และเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันกำจัด ที่มา : สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกำแพงเพชร

โรคเมล็ดด่าง

โรคเมล็ดด่าง

โรคเมล็ดด่าง สาเหตุ เชื้อราหลายชนิด โดยมีเชื้อราสาเหตุหลัก 6 ชนิด ได้แก่Curvularia lunata, Cercospora oryzae, Bipolaris oryzae, Fusarium semitectum, Trichoconis padwickii และ Sarocladium oryzae ลักษณะอาการในระยะออกรวง พบแผลจุดสีต่าง ๆ เช่น จุดสีน้ำตาลหรือดำลายสีน้ำตาลดำหรือสีเทาปนชมพูที่เมล็ดข้าว การเข้าทำลายของเชื้อรา มักจะเกิดในช่วงดอกข้าวเริ่มโผล่จากกาบหุ้มรวงจนถึงระยะเมล็ดข้าว เริ่มเป็นน้ำนม อาการเมล็ดด่าง จะชัดในระยะใกล้เก็บเกี่ยว การแพร่กระจายเชื้อราสามารถแพร่กระจายไปกับลม น้ำ ติดไปกับเมล็ดพันธุ์และสามารถแพร่กระจายในยุ้งฉางได้ เชื้อราสาเหตุบางชนิดสามารถสร้างสารพิษ (toxin) ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ แนวทางการป้องกันกำจัด ที่มา : สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกำแพงเพชร

แมลงบั่ว

แมลงบั่ว

แมลงบั่ว ตัวเต็มวัยแมลงบั่ว คล้ายยุงหรือตัวริ้น วางไข่เดี่ยวหรือกลุ่ม 3-4 ฟอง ไข่มีลักษณะคล้ายกล้วยหอมสีชมพูอ่อน ตัวหนอนคล้ายหนอนแมลงวัน หัวท้ายเรียว ตัวหนอนมี 3 ระยะ (วงจรชีวิตของแมลงบั่ว 25-30 วัน) การเข้าทำลาย แมลงบั่วจะเริ่มเข้าทำลายตั้งแต่ระยะกล้า (ข้าวอายุ 1 เดือน) โดยบินเข้าหาแสงไฟเพื่อผสมพันธุ์ ตัวหนอนเข้าไปเจริญเติบโตในกาบใบข้าว ทำลายยอดข้าว ทำให้ใบข้าวมีลักษณะหลอด เรียกว่า “หลอดบั่ว” หรือ “หลอดหอม” แนวทางป้องกันกำจัด หากพบการระบาดรุนแรง แนะนำใช้สารเคมีกำจัดแมลง ผสมตามคำแนะนำและอัตราการใช้ในฉลาก สามารถผสมสารจับใบ โดยต้องสลับกลุ่มสารเคมีทุกการพ่น 2 ครั้ง และใช้สารเคมี 2 ชนิดขึ้นไป เพื่อป้องกันการดื้อยา ที่มา : สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกำแพงเพชร

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (ฺBrown Planthopper)

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (ฺBrown Planthopper)

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (ฺBrown Planthopper) ลักษณะการทำลายระยะกล้า ระยะแตกกอ ระยะออกรวง ตั้งแต่ตัวอ่อนจนถึงตัวเต็มวัย สามารถทำลายต้นข้าวได้อย่างรุนแรง โดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นข้าว ทำให้ต้นข้าวมีอาการใบเหลือง เหี่ยวแล้ว แห้งเป็นสีน้ำตาลแก่คล้ายน้ำร้อนลวกที่เรียกว่า hopper burn ต้นกล้า และต้นข้าวที่กำลังแตกกอที่ถูกทำลายจะแห้งตาย ต้นข้าวที่ออกรวงแล้วจะมีเมล็ดไม่สมบูรณ์ และมีน้ำหนักเบา ล้มง่าย เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลพบมากในพันธุ์ข้าวที่ต้นเตี้ยและแตกกอมาก เนื่องจากมีจำนวนต้นข้าวให้แมลงดูดกินมาก และจะระบาดรุนแรงในระหว่างเดือนที่มีอากาศร้อน ความชื้นสูง เช่น เดือนพฤษภาคม มิถุนายน และกรกฎาคม นอกจากการทำลายข้าวโดยตรงแล้ว แมลงชนิดนี้ยังเป็นพาหะนำโรคใบหงิก (ragged stunt) และโรคเขียวเตี้ย (grassy stunt) มาสู่ต้นข้าว เป็นสาเหตุทำให้ผลผลิตข้าวลดลงอย่างมาก เรียบเรียง : สนง.เกษตรอำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โรคใบจุดและเน่าเละ

โรคใบจุดและเน่าเละ

โรคใบจุดและเน่าเละ สาเหตุจากเชื้อรา : Cercospora lactucae-sativae ลักษณะการทำลายทำลายผลผลิตผักสลัดทุกระยะการเจริญเติบโต โดยเฉพาะผักที่มีใบกว้าง เช่น กรีนคอส บัตเตอร์เฮด โดยเริ่มแรกแผลมีลักษณะเป็นจุดฉ่ำน้ำ สีน้ำตาลอ่อน ต่อมาแผลขยายใหญ่มีลักษณะกลมหรือค่อนข้างกลม เรียงซ้อนกันเป็นชั้น กลางแผลมีสีเทาหรือสีขาว ขอบแผลมีสีน้ำตาล ลักษณะคล้ายตากบ แผลมีหลายขนาดตั้งแต่จุดเล็กถึงจุดใหญ่ ขนาด 1-10 มิลลิเมตร เกิดกระจายทั่วใบ ถ้าอาการรุนแรงแผลจะลามขยายติดกันทำให้ใบไหม้ หากเกิดกับใบอ่อนอาจทำให้เกิดอาการใบหงิกงอ การป้องกันกำจัด เรียบเรียง : สนง.เกษตรอำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา