Black Ribbon Top Right ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร

10

เรื่องล่าสุด

เกษตรวิถีใหม่ ลดต้นทุนการผลิต ด้วยปุ๋ยมูลวัวแห้ง การใช้ “ปุ๋ยมูลวัวแห้งแช่น้ำ” เป็นวิธีที่เกษตรกรนิยมใช้เพื่อลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีอย่างได้ผล เพราะปุ๋ยมูลวัวมีสารอาหารหลักอย่างไนโตรเจนสูง ซึ่งช่วยเร่งการเจริญเติบโตของใบและลำต้นได้ดี “ปุ๋ยมูลวัวแห้งแช่น้ำ” เป็นวิธีการทำง่าย ใช้วัตถุดิบน้อย ให้ประสิทธิภาพสูง วิธีการทำสามารถทำปุ๋ยมูลวัวแห้งแช่น้ำคุณภาพสูงใช้เองได้ภายในวันเดียว ตาม 4 ขั้นตอน ง่าย ๆ ดังนี้ วิธีการใช้ ข้อดี “ปุ๋ยมูลวัวแห้งแช่น้ำ”

บรรยายพิเศษ “การสำรวจและประเมินความเสียหายด้านพืช กรณีไม้ผล ไม้ยืนต้น ที่ชะงักการเจริญเติบโตและยังอยู่ในสภาพฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิมได้ และการดูแลสวนไม้ผลหลังน้ำลด” ศูนย์ปฏิบัติการติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านพืช กรมส่งเสริมการเกษตร ระดับภูมิภาค (ศตภ.ที่ 1) ครั้งที่ 1/2570 ประชาสัมพันธ์การเรียนรู้และการเพิ่มทักษะการปฏิบัติงานของนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรในการดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช ในการบรรยายพิเศษ “การสำรวจและประเมินความเสียหายด้านพืช กรณีไม้ผล ไม้ยืนต้น ที่ชะงักการเจริญเติบโตและยังอยู่ในสภาพฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิมได้ และการดูแลสวนไม้ผลหลังน้ำลด” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :

ขอเชิญร่วมอบรมเชิงวิชาการ “การวิเคราะห์ความเสียหาย ฟื้นฟูสวนไม้ผลหลังภัยน้ำท่วม” เตรียมพร้อมฟื้นฟูสวนไม้ผลหลังภัยพิบัติ เรียนรู้แนวทางประเมินความเสียหาย ฟื้นฟูต้นไม้ให้กลับมาแข็งแรง และจัดการโรคแมลงศัตรูไม้ผลอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรสามารถปรับตัวและฟื้นฟูสวนไม้ผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พบกับ 2 หัวข้อบรรยายสำคัญ ร่วมเรียนรู้และต่อยอดองค์ความรู้ เพื่อฟื้นฟูสวนไม้ผลหลังภัยน้ำท่วมอย่างถูกวิธี ลดความเสียหาย และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง

วารสารส่งเสริมการเกษตร ปีที่ 59 ฉบับที่ 330 (กันยายน – ตุลาคม 2569)“3 สร้าง สร้างรายได้ : สร้างตลาด : สร้างโอกาส” สารบัญ/CONTENTS หน้า 2 Agri-Spotlightยกระดับสินค้าเกษตรไทย สร้างโอกาสใหม่สู่ตลาดโลก หน้า 7

วารสารส่งเสริมการเกษตร ปีที่ 59 ฉบับที่ 329 (กรกฎาคม – สิงหาคม 2569) “เพิ่มทักษะ เสริมศักยภาพ เกษตรกรไทย” สารบัญ/CONTENTS หน้า 2 Agri-Spotlightพลิกบทบาทเกษตรกรจากผู้ผลิตสู่ผู้ประกอบการและผู้ให้บริการทางการเกษตร หน้า 7 Agri-Insightเวทีชุมชนพื้นที่เชื่อมโยงเกษตรกรสู่การพัฒนาแบบมีส่วนร่วม หน้า 11 Agri-Inspireคืนรังเพื่อเติบโตพัฒนาศักยภาพจากการรู้จักตน

กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ คณะเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอเชิญชวนเกษตรกร และผู้สนใจ ร่วมเรียนรู้วิธีฟื้นฟูพืชหลังน้ำท่วม การดูแลระบบราก และการป้องกันโรคพืช เพื่อให้พืชกลับมาแข็งแรง พร้อมเดินหน้าสู่การผลิตอีกครั้ง ข้อมูล 14/10/2569

รับสมัครและคัดเลือก เกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) โครงการพัฒนาเกษตรกรสู่เกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) คุณสมบัติผู้สมัคร เอกสารการสมัคร กิจกรรม เวทีที่ 1 พัฒนาศักยภาพเกษตรกร (ระยะเริ่มต้น) เวทีที่ 2 ต่อยอดการทำงานและประเมินผล (ระยะต่อยอด) หัวข้อการเรียนรู้ การรับสมัครสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัด/สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ ที่มา

ศูนย์วิศวกรรมเกษตร ช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วม ด้วยงานบริการซ่อมเครื่องจักรกลเกษตร และงานปรับปรุงระบบการให้น้ำพืช งานบริการซ่อมเครื่องจักรกลเกษตรบำรุงรักษา ซ่อมแซม ให้กลับมาใช้งานอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว ขั้นตอนการให้บริการ ผลที่เกษตรกรได้รับ งานปรับปรุงระบบการให้น้ำพืชตรวจประเมิน ซ่อมแซม และปรับปรุงระบบให้น้ำให้กลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนการให้บริการ ผลที่เกษตรกรได้รับ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านวิศวกรรมเกษตร จังหวัดชัยนาทhttps://www.facebook.com/profile.php?id=100023915537210 ข้อมูล : 14/10/2569

ไขข้อข้องใจเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองผิดหรือไม่ ไขข้อข้องใจ! เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง ผิดกฎหมายหรือไม่?เกษตรกรหลายท่านอาจเคยได้ยินข่าวเรื่องอนุสัญญา UPOV 1991 แล้วเกิดความกังวลว่า “ต่อไปนี้จะเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อไม่ได้แล้วจริงหรือเปล่า?” มาหาคำตอบได้จากโพสต์นี้เลยค่ะ ข้อมูล : 15/10/2569

วิธีจัดการวัชพืชในสวนช่วงหน้าฝน 1.สำรวจและรู้จักวัชพืชในสวนวัชพืชมีหลายประเภท ทั้งวัชพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและใบเลี้ยงคู่ บางชนิดโตเร็วและแตกหน่อได้ง่าย ระบบรากใต้ดินแข็งแรง รากลึกและวัชพืชบางชนิดขยายพันธุ์ด้วยเหง้า อาจต้องถอนและขุดรากออก 2.ถอนวัชพืชออกด้วยมือหรือเครื่องมือเช่น จอบ คราด เป็นวิธีที่ปลอดภัยและเหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็กถึงกลาง ควรถอนรากถอนโคน เพื่อป้องกันไม่ให้วัชพืชงอกช้ำ แต่ควรเลือกถอนในช่วงที่ดินไม่เปียกชุ่มเกินไป เพื่อให้ถอนง่ายและไม่ทำลายโครงสร้างดิน 3.การคลุมดินเช่น ฟางข้าว ใบไม้แห้ง หรือพลาสติกคลุมดิน จะช่วยลดการงอกของวัชพืชเพราะวัสดุคลุมดิน จะบล็อกแสงที่วัชพืชต้องการในการงอก นอกจากนี้ยังช่วยรักษาความชื้นในดินและลดการระเหยของน้ำทำให้พืชหลักเจริญเติบโตดีขึ้นด้วย


แผ่นพับ 9/2568 จักจั่นในอ้อย

ชื่อสามัญ : Cicada
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Platypleura cespiticola Boulard
ชื่อวงศ์ : Cicadidae

จักจั่นอ้อย เดิมเป็นแมลงศัตรูป่าไม้ เมื่อป่าไม้ถูกทำลาย ระบบนิเวศเสียสมดุล พืชอาหารลดลง ทำให้จักจั่นออกมาทำลายพืชเศรษฐกิจ เช่น อ้อย ข้าวโพดและพืชตระกูลหญ้า พบการระบาดส่วนมากในพื้นที่ปลูกอ้อยภาคกลางในจังหวัดสุพรรณบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ราชบุรี และกาญจนบุรี โดยสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว หากไม่มีการป้องกันกำจัดจะสร้างความเสียหายกับต้นอ้อยและส่งผลให้ผลผลิตอ้อยลดลงเป็นอย่างมาก

รูปร่างลักษณะ
การเจริญเติบโตของจักจั่นเป็นแบบไม่สมบูรณ์ คือ ระยะตัวอ่อนมีรูปร่างลักษณะเช่นเดียวกับตัวเต็มวัย ต่างกันที่ตัวอ่อนในระยะแรกไม่มีปีก เมื่อลอกคราบ ปีกจะค่อย ๆ ยาวออก

ส่วนท้อง
มีลักษณะทรงกระบอกสีน้ำตาลเข้มถึงสีดำ ด้านล่างท้องปล้องแรกมีแผ่น operculum สีเหลืองปิดทับอวัยวะทำเสียงในเพศผู้ เพศเมีย แม้ไม่มีอวัยวะที่ใช้ส่งเสียง แต่ก็มีแผ่นเช่นกัน โดยมีขนาดสั้นกว่า เพศเมียมีลำตัวเล็กกว่าและปลายส่วนท้องเรียวเล็กเป็นรูปกรวย

หัว
หัวสั้น กว้างเท่ากับอกปล้องที่ 2 หน้าผากและแก้มมีสีเหลืองกระจายอยู่บนสีดำ

ตา
มีตารวม 1 คู่ สีแดงส้ม และมีเส้นทึบสีดำพาดขวางระหว่างตารวม มีตาเดี่ยว 3 ตา สีแดงทับทิม ตั้งอยู่ระหว่างตารวม ตำแหน่งของตาเดี่ยวอยู่ใกล้กันมาก

ปาก
สีเหลืองสั้น เมื่อพับลงความยาวไม่เกินส่วนอก

ปีก
มี 2 คู่ ลักษณะเป็นแผ่นบางใส เส้นปีกมมีสีน้ำตาลเด่นชัด ปีกคู่หน้ากว้างและยาวกว่าปีกคู่หลัง ส่วนโคนมีสีน้ำตาลขุ่น ปลายปีกค่อนข้างใส ปีกคู่หลังมีสีเหลืองและมีแถบสีน้ำตาลบริเวณปลายปีก

ขา
มี 3 คู่ ขาคู่หน้า ต้นขามีร่องสีน้ำตาลเข้ม ปลายขามีสีน้ำตาลเข้มถึงสีดำ ขาคู่กลาง โคนขามีสีเหลือง ปลายของต้นขาและหน้าแข้งมีสีน้ำตาลอ่อน ส่วนปลายขามีสีน้ำตาลดำ ขาคู่หลัง ต้นขาและหน้าแข้งมีสีเหลือง มีหนามสีน้ำตาลเข้มถึงดำ

ลักษณะการเข้าทำลาย
การทำความเสียหายแก่อ้อย โดยระยะตัวอ่อน เมื่อฟักออกจากไข่ จะทิ้งตัวลงดินและฝังตัวในดิน ดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณรากอ้อย ทำให้ระบบรากเสียหาย อ้อยชะงักการเจริญเติบโต ต้นอ้อยเหลือง ใบแห้ง คล้ายอาการขาดน้ำ และตายในที่สุด

อ้อยปลูกใหม่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าอ้อยตอ เพราะไม่มีการสะสมของจักจั่นในแปลงหรือมีน้อย การระบาดมักเกิดจากจักจั่นจากแปลงอ้อยตอข้างเคียงมาวางไข่ ซึ่งเวลานานกว่าตัวอ่อนจะเจริญเติบโต อ้อยปลูกใหม่จึงไม่แสดงอาการผิดปกติ แต่อ้อยตอมีการสะสมของตัวอ่อนข้ามปี เพราะไม่มีการไถพรวนดินและตัวอ่อนเข้าสู่ระยะที่สามารถเข้าทำลายอ้อยได้ จักจั่นอ้อยเข้าทำลายอ้อยตามระยะ ดังนี้

ระยะงอกของอ้อย
ตัวเต็มวัยอพยพจากแปลงอ้อยตอมาแปลงอ้อยปลูกใหม่ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ระหว่างนี้จักจั่นจะลอกคราบและผสมพันธุ์

ระยะแตกกออ้อย
จักจั่นเพศเมียวางไข่ช่วงเดือนพฤษภาคม เจาะเส้นกลางใบเป็นรูเล็ก ๆ ตำแหน่งใบสดที่ 3-5 จากใบล่าง จากนั้นเส้นกลางใบจะเปลี่ยนเป็นสีแดง พลิกดูใต้ใบจะมีจุดไข่เรียงเป็นแนว หนึ่งกลุ่มไไข่มี 7-12 จุด จุดละ 7-12 ฟอง จะสังเกตเห็นจุดตาสีแดงเข้มเมื่อไข่กำลังจะฟัก ไข่ใช้เวลาฟักประมาณ 2-3 เดือน

ระยะย่างปล้องและระยะสุกแก่ของอ้อย
ตัวอ่อนฟักออกจากไข่ ทิ้งตัวลงดินและฝังตัวในดิน ความลึกตั้งแต่ระดับผิวดินจนถึง 30 เซนติเมตร หรืออาจถึง 2.5 เมตร อาศัยบริเวณโคนกอดูดกินน้ำเลี้ยงจากราก ใช้เวลาในการพัฒนาเป็นตัวเต็มวัยประมาณ 6-8 เดือน

วิธีการป้องกันกำจัด

  1. วิธีเขตกรรม
    1.1 ไถตากดินก่อนปลูกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และทำลายตัวอ่อนจักจั่นที่หลบอยู่ในดิน
    1.2 ตัดใบอ้อยที่พบไข่จักจั่น นำไปเผาทำลายเพื่อกำจัดไข่ เพราะไข่สามารถฟักตัวและมีชีวิตอยู่ได้บนใบอ้อยแห้ง
    1.3 สางใบอ้อยออกก่อนการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์และหลีกเลี่ยงการซื้อหรือขายพันธุ์อ้อยจากแหล่งที่พบการระบาดของจักจั่นเพื่อหลีกเลี่ยงไข่ที่ติดไปกับใบอ้อยแพร่ไปยังพื้นที่อื่น
  2. วิธีกล
    2.1 สำรวจแปลงอ้อยสม่ำเสมอและติดตามการระบาดของจักจั่นอย่างใกล้ชิด
    2.2 จับตัวเต็มวัยในเวลากลางคืน ช่วงเวลาประมาณ 18.00-21.00 น. ซึ่งจักจั่นมีการเคลื่อนไหวน้อย ทำให้สามารถจับได้ง่าย
    2.3 รณรงค์ให้จับตัวอ่อนเพื่อนำไปประกอบอาหาร
  3. ชีววิธี
    3.1 ปล่อยแมลงหางหนีบเพื่อกำจัดตัวอ่อนระยะฟักจากไข่ จำนวน 500 ตัวต่อไร่ ช่วงเวลาเย็นให้กระจายทั่วแปลง ก่อนการระบาดของจักจั่น 1 เดือน
    3.2 ในพื้นที่ที่เริ่มมีการระบาดใช้ Metarhizium anisopliae อัตรา 1 กิโลกรัม ผสมน้ำ 100 ลิตร พ่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การกำจัดตัวอ่อนได้ในระยะยาว
  4. การใช้สารเคมี
    4.1 พ่นสารฟีโนบูคาร์บ อัตราตามคำแนะนำเพื่อกำจัดตัวเต็มวัย
    4.2 พ่นสารอิมิดาโคลพริด อัตราตามคำแนะนำเพื่อกำจัดตัวอ่อน


ข้อมูล : ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ กรมวิชาการเกษตร

เรียบเรียง : กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร

บรรณาธิการ & ออกแบบ : กลุ่มพัฒนาสื่อส่งเสริมการเกษตร สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตร

ดาวนโหลดไฟล์ PDF.

แผ่นพับ 9/2568 จักจั่นในอ้อย

แผ่นพับ 9/2568 จักจั่นในอ้อย