Black Ribbon Top Right ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร

10

เรื่องล่าสุด

เทคโนโลยีและนวัตกรรม ศพก.เครือข่าย ชื่อศูนย์ : ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านเนินสวนอ้อย อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว ประเภทศูนย์เครือข่าย : ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเกษตรทฤษฎีใหม่/เกษตรผสมผสานสินค้าหลัก : ข้าวอินทรีย์สถานที่ตั้ง : บ้านเลขที่ 188 หมู่ที่ 11 ตำบลศาลาลำดวน อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว เทคโนโลยีเด่นของศูนย์เครือข่าย การนำไปใช้ประโยชน์

แนวทางการจัดการโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา ชื่อสาเหตุ : Pestalotiopsis sp. หรือ Colletotrucum sp. ลักษณะอาการอาการเริ่มแรกเกิดจุดช้ำบริเวณใต้ใบและด้านบนของใบบริเวณเดียวกันจะเป็นสีเหลืองกลม ต่อมาขยายใหญ่ขึ้นเป็นสีคล้ำ ขอบแผลดำ และกลายเป็นเนื้อเยื่อแห้ง สีน้ำตาลจนถึงขีดขาวซีด รูปร่างจุดแผลค่อนข้างกลม รอบแผลไม่มีสีเหลืองล้อมรอบ จำนวนมากกว่า 1 จุด อาจซ้อนกันเป็นแผลขนาดใหญ่ เมื่ออาการรุนแรงเกิดใบเหลืองและร่วง คำแนะนำการป้องกันกำจัด ที่มา

คาดการณ์ฤดูฝน ปี 2569 และแนวทางปฏิบัติสำหรับเกษตรกร 4 ช่วงเวลาสำคัญของฤดูฝนตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม – กลางเดือนตุลาคม 2569ทั้งช่วงฝนเพิ่มขึ้น ฝนทิ้งช่วง ไปจนถึงช่วงเสี่ยงน้ำท่วมและพายุ เกษตรกรควรเตรียมตัวให้พร้อม ข้อมูล 18/05/2569

เริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่…ปลูกแล้วอย่าลืมแจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน เพื่อรักษาสิทธิ์ รับโอกาส และการช่วยเหลือต่าง ๆ จากทางภาครัฐ พี่น้องเกษตรกรสามารถดำเนินการได้ตามกรอบเวลา ดังนี้ ช่องทางการลงทะเบียนสะดวกสบาย เลือกได้ตามที่สะดวก: ข้อมูล : 21/05/2569

โรคใบด่างมันสำปะหลัง (Sri Lankan cassava mosaic virus) สาเหตุของโรคโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลัง (Cassava Mosaic Disease : CMD) เกิดจากเชื้อไวรัสในสกุล Begomovirus (เช่น SLCMV) มีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะ ทำให้ใบด่างเหลือง หงิกงอ เสียรูปทรง และต้นแคระแกร็น ส่งผลให้ผลผลิตลดลงอย่างรุนแรงถึง

ข้อสงสัยการตัดแต่งกิ่งไม้ผลที่เกษตรกรต้องรู้ เรียบเรียง : สํานักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร จัดทำโดย : ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ข้อมูล : 15/5/2569

5 ขั้นตอนฟื้นฟูต้นลำไย “หลังเก็บเกี่ยว” การฟื้นฟูต้นลำไยหลังเก็บเกี่ยว (POST-HARVEST MANAGEMENT) คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ต้นไม่โทรมและพร้อมสำหรับการ “ราดสาร” ในฤดูกาลถัดไป ทริค : หลังตัดแต่งควรทาปูนแดงที่รอยตัดขนาดใหญ่เพื่อป้องกันเชื้อรา เรียบเรียง : สำนักงานเกษตรอำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ข้อมูล : 15/5/2569

การเก็บตัวอย่างดินเพื่อการวิเคราะห์ เหตุผลที่ควรตรวจดิน เวลาและสภาพพื้นที่ที่เหมาะสม ช่วงเวลา (Timing) สภาพดิน (Soil Condition) พื้นที่ต้องห้าม (Avoid Areas) อุปกรณ์ที่จำเป็น (ข้อควรระวัง : อุปกรณ์ต้องสะอาด! ห้ามมีสนิม แและห้ามเปื้อนปุ๋ยหรือสารเคมี) ขั้นตอนที่ 1 การแบ่งแปลงเก็บตัวอย่างหลักการแบ่ง : 1

DOAE PEST FORECAST

DOAE PEST FORECAST SMART FARMนวัตกรรมในแปลงเกษตรอัจฉริยะ DOAE PEST FORECAST คืออะไร?การพยากรณ์ศัตรูพืช โดยกรมส่งเสริมการเกษตร (DOAE) เป็นการแจ้งเตือนล่วงหน้า ว่า นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการจัดการดิน/น้ำ/ปุ๋ย/ศัตรูพืช อุปกรณ์วัดสภาพอากาศใน “แปลงเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farm)”แปลงพยากรณ์อากาศ ศูนย์เรียนรู้เครือข่าย ศพก. สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสระแก้ว ระบบตรวจวัดสภาพอากาศเพื่อการเกษตรยุคใหม่

เพลี้ยไฟในทุเรียน

เพลี้ยไฟในทุเรียน

เพลี้ยไฟในทุเรียน เพลี้ยไฟ เป็นแมลงที่มีขนาดเล็กมาก ลำตัวยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ตัวอ่อนมีสีเหลือง ตัวเต็มวัยมีสีน้ำตาลปนเหลือง เคลื่อนไหวรวดเร็ว ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยทําลายทุเรียนในระยะใบอ่อน เพลี้ยไฟจะดูดกินน้ำเลี้ยง ซึ่งจะเห็นอยู่ตามเส้นกลางใบ เส้นกลางใบจะเป็นสีน้ำตาล ทําให้ใบหงิก ถ้ารุนแรงอาจทําให้ใบอ่อนร่วงได้ คำแนะนำในการป้องกันกำจัด ดังนี้ ภาพจาก : กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid031gQbHJDzarMq4yivb7FAAKpeX8ioBHVLqCaJhbCHBY57rrRAJK3XbFvBuY2bTkspl&id=100013463325204

เพลี้ยไฟเข้าทำลายผักสลัด

เพลี้ยไฟเข้าทำลายผักสลัด

เพลี้ยไฟเข้าทำลายผักสลัด คำแนะนำในการป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ ดังนี้ 1. เมื่อมีการระบาดของเพลี้ยไฟอย่างรุนแรงให้ใช้สารสกัดใบยาสูบ ฉีดพ่นทุก 2-3 วัน และเมื่อประชากรเพลี้ยไฟจะลดลงแล้วสามารถฉีดพ่นสารสกัดใบยาสูบทุก 7-10 วัน โดยสลับกับการฉีดพ่นไวต์ออยล์ หรือปิโตรเลียมออยล์ 5-7 วัน/ครั้ง 2. และเมื่อประชากรเพลี้ยไฟลดลง ให้ใช้สารสกัดสะเดาหรือน้ำส้มควันไม้ อัตราส่วน 15-20 ชีซี/น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น 1 ครั้ง/สัปดาห์ 3. ใช้สารชีวภัณฑ์ ได้แก่ เชื้อราเมตาไรเชียม หรือเชื้อราบิวเวอเรีย ฉีดพ่น 1 ครั้ง/สัปดาห์ 4. ใช้กับดักกาวเหนียวติดตั้งรอบบริเวณแปลง 5. กำจัดวัชพืชรอบแปลงซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของเพลี้ยไฟ ภาพจาก : กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02kNRKhQUW1gWrqmJtMGGF5WeyQRMQASabiiHdQ6t8zbzzRJYBg6998RECn25a2MWYl&id=100013463325204

เพลี้ยไฟในข้าวโพดหวานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

เพลี้ยไฟในข้าวโพดหวานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

เพลี้ยไฟในข้าวโพดหวานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภาพจาก : กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0rNFmQ8CrJPWdGZGGoX6Y4JAcu2arA3mnQxBPpxdkvGf3foH6JQkhMU9H2ztVZ4JSl&id=100013463325204

โรคใบจุดขอบใบไหม้ในทุเรียน

โรคใบจุดขอบใบไหม้ในทุเรียน

โรคใบจุดขอบใบไหม้ในทุเรียน เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา Phomopsis sp. โดยเชื้อจะเข้าทำลายที่ปลายใบและขอบใบไม้ จุดที่เกิดโรคจะมีเนื้อใบไม้ที่แห้งเป็นสีน้ำตาลแดงก่อนและต่อมาเปลี่ยนเป็นสี ขาวอมเทา และเมื่อเชื้อเจริญเติบโตจะทำความเสียหายกับใบทุเรียน โรคใบไหม้ แพร่ระบาดไปโดย ลม ฝน และ เนื้อเยื่อใบที่แห้ง สาเหตุโรค อาการโรคใบจุด ขอบใบไหม้ ส่วนมากเชื้อจะเข้าทำลายที่บริเวณปลายใบไม้และขอบใบไม้ก่อน เกิดอาการปลายใบแห้ง และ ขอบใบแห้ง ที่จุดเชื้อสาเหตุเข้าทำลาย เนื้อใบส่วนนั้นจะแห้งเป็นสีน้ำตาลแดงในระยะแรก และต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีขาวอมเทา และเชื้อจะเจริญพัฒนาทำความเสียหายกับใบทุเรียน ขยายขนาดของพื้นที่เนื้อใบแห้งออกไปเรื่อยๆ เนื้อใบส่วนที่แห้งสีขาวอมเทามีการสร้างส่วนขยายพันธุ์เป็นเม็ดสีดำกระจัดกระจายเต็มพื้นที่ การแพร่ระบาดของโรค ส่วนขยายพันธุ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาจะแพร่ระบาดไปโดยลม และ ฝน และ จากเนื้อเยื่อใบที่แห้งและหล่นตกค้างอยู่มี่ใต้โคนต้น เชื้อสามารถเข้าทำลายได้ทั้งใบอ่อนและใบแก่ แนวทางการจัดการโรคใบจุด ขอบใบไหม้ เมื่อพบการระบาดของโรค ควรตัดแต่งกิ่งที่ป็นโรค เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุในแปลงปลูก แล้วพ่น

โรคในแปลงกล้วยตานี

โรคในแปลงกล้วยตานี

โรคในแปลงกล้วยตานี ใบล่างของกล้วยมีอาการจุดสีดำประปราย และเริ่มลุกลามทำให้ใบเหลืองแห้ง แต่ยังไม่พบยืนต้นตาย เมื่อตัดลำต้นกล้วยไม่พบแผลหรือรอยช้ำ ไม่พบรอยเจาะของด้วงงวงเจาะลำต้นกล้วย จึงสันนิษฐานว่ากล้วยเป็นโรคใบจุด แนะนำให้หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบใบกล้วยมีอาการของโรคให้รีบตัดใบที่เป็นโรคนำออกไปทำลายนอกแปลงปลูก และตัดแต่งใบกล้วยในแต่ละต้นหรือแต่ละกอ ไม่ให้แน่นเกินไป เพื่อลดความชื้นในกอกล้วยที่จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหรือสะสมของเชื้อรา จากนั้นให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช ไดฟีโนโคนาโซล 25% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แมนโคเซบ 80% ดับเบิลยูพี อัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วต้นที่เป็นโรค และหากเกษตรกรต้องการปลูกกล้วยในพื้นที่ใหม่ ควรหลีกเลี่ยงการปลูกในพื้นที่ที่เคยมีการระบาด ของโรคนี้มาก่อน และไม่นำหน่อพันธุ์จากต้นตอที่เป็นโรคไปปลูก ให้เลือกใช้หน่อกล้วยที่มีคุณภาพดี จากแหล่งปลอดโรคและควรทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรที่ใช้กับต้นที่เป็นโรคก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ ภาพจาก : กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย https://www.facebook.com/photo/?fbid=17387898565797