โรคมะพร้าว

โรคยอดเน่าและผลร่วงจากเชื้อราไฟทอปเทอร่า เกษตรกรปลูกมะพร้าวน้ำหอม อายุประมาณ 5 ปีจำนวน 10 ต้น ไว้ในสวนทุเรียน มีสองต้นที่เมื่อติดผลจนผลอ่อนมีขนาดประมาณ 6 นิ้ว ผลจะแตกบริเวณขั้วผลและร่วงหล่น จากการตรวจขั้วผลและผ่าลูกดู พบว่าขั้วผลและภายในผลมะพร้าวมีแผลช้ำสีน้ำตาล ตรวจสอบบริเวณยอดมะพร้าวมีรอยแผลสีน้ำตาลเล็กน้อย สันนิษฐานว่ามะพร้าวเป็นโรคยอดเน่าและผลร่วงจากเชื้อราไฟทอปเทอร่า จึงได้แนะนำให้เกษตรกรดำเนินการดังนี้ 1.เนื่องจากเป็นเชื้อราชนิดเดียวกับเชื้อสาเหตุของโรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน จึงให้ตัดและนำผล รวมทั้งใบที่เป็นโรคไปทำลายนอกแปลง เพื่อป้องกันมิให้เชื้อลุกลามสู่ต้นทุเรียน 2.ทำความสะอาดคอมะพร้าว 3.ฉีดพ่นด้วยสารเคมี ฟอสอีทิล-อลูมิเนียม 80WP อัตรา 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร จากนั้นเกษตรกรเจ้าของสวนทุุเรียนซึ่งอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ได้ขอให้ไปตรวจเยี่ยมสวนทุเรียนเพื่อให้คำแนะนำในการจัดการโรคแมลง จากการตรวจเยี่ยมพบว่า ทุเรียนแปลงดังกล่าวอายุ 2-6 ปี ส่วนใหญ่แสดงอาการใบเป็นริ้วและมีจุดเหลืองกระจายทั่วใบ ซึ่งเกิดจากการขาดธาตุสังกะสี จึงได้แนะนำให้เกษตรกรฉีดพ่นธาตุสังกะสีให้ทุเรียนในอัตราสูงกว่าที่แนะ
หนอนแมลงวันลายภัยเงียบฤดูฝนของเกษตรกรผู้เลี้ยงชันโรง

หนอนแมลงวันลายภัยเงียบฤดูฝนของเกษตรกรผู้เลี้ยงชันโรง จัดทำโดย : ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดเชียงใหม่ https://www.facebook.com/bee.centercm/posts/pfbid02xfpWDC7PZdGXcoahyshmh8MhnkWXjQ9NnkNMCtXdh8Rh4pMboJhpfHpY5LYcQdNAl หนอนแมลงวันลาย (Black Soldier Fly: BSF) ชื่อวิทยาศาสตร์ Hermetia ilucens มักเกิดการระบาดในช่วงหน้าฝนที่มีความชื้นสูง ในรังชันโรงทีมีความอ่อนแอ จะเข้าทำลายในระยะที่เป็นหนอน โดยจะเข้าไปกัดกินอาหารที่ชันโรงสะสมไว้ภายในรัง ได้แก่ ถ้วยน้ำหวาน เกสร มีการเพิ่มปริมาณประชากรอย่างรวดเร็วส่วนใหญ่รังที่ถูกหนอนแมลงวันลาย เข้าทำลายจะล่มสลายอย่างรวดเร็ว วิธีป้องกัน ควรมีขาตั้งอย่างน้อย 1 ฟุต และมีหลังคาวางกันฝนด้านบนเพื่อป้องกันน้ำเข้ามาในรัง และปากทางเข้ารังควรทำให้น้ำไม่สามารถเข้าได้ และหลีกเลี่ยงการนำรังไว้ในที่ที่มีความชื้นสูง นอกจากนั้นแล้วในรังที่มีประชากรผึ้งงานน้อยควรมีการเติมกลุ่มไข่แก่จากรังที่แข็งแรงและเป็นชันโรงชนิดเดียวกันเข้าไปเพิ่มเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณผึ้งงานในการดูแลจัดการรังได้ดียิ่งขึ้น ในกรณีที่พบว่ารังเลี้ยงชันโรงถูกหนอนแมลงวันลายเข้าทำลายแ
โรคใบติดหรือใบไหม้

โรคใบติดหรือใบไหม้ สาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อรา Rhizoctonia solaniอาการของโรคมักพบที่ใบอ่อนก่อน เกิดแผลคล้ายน้ำร้อนลวกบนใบ บริเวณกลางใบหรือขอบใบ ต่อมาแผลจะค่อยๆ ขยายตัวลุกลามแผลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ขนาดและรูปร่างแผลไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม เชื้อราจะเจริญลุกลามไปยังใบอื่นๆที่อยู่ติดกันโดยการสร้างเส้นใยยึดใบให้ติดกัน ใบที่เป็นโรครุนแรงจะแห้ง ร่วงลงไปแตะติดกับใบข้างล่าง และเจริญเข้าทำลายใบเหล่านั้น จนเกิดโรคลุกลามไปหลายจุดในต้น ทำให้เห็นอาการใบไหม้เป็นหย่อมๆ และใบจะค่อยๆร่วงหล่นไปยังโคนต้น การแพร่ระบาด เชื้อราสาเหตุของโรคจะอาศัยอยู่ในเศษซากใบทุเรียนที่หล่นอยู่บริเวณใต้โคนและวัชพืชบางชนิด เมื่อฝนตก เชื้อราจะกระเด็นขึ้นมาโดยเม็ดฝน ติดตามใบทุเรียนที่อยู่ต่ำก่อน เกิดอาการแผลคล้ายถูกน้ำร้อนลวก และเจริญสร้างเส้นใยลุกลามและแพร่ส่วนขยายพันธุ์ไปยังส่วนอื่นๆ หรือบางครั้งเชื้อก็ติดไปกับมดที่มีอยู่ทั่วไปในสวนทุเรียน ขึ้นไปยังส่วนบนๆของต้น เมื่ออากาศร้อนชื้น มีฝนตกเป็นระยะ การป้องกันกำจัด1.ช่วงการตัดแต่งกิ่ง ตัดแต่งกิ่งให้เหมาะสมและมีทรงพุ่มโปร่ง เพื่อให้ทุเรียนได้รับแสงแดดและอากาศถ่ายเทได้ดีเป็น
เชื้อจุลินทรีย์ (ชีวภัณฑ์)

เชื้อจุลินทรีย์ (ชีวภัณฑ์) ภาพโดย : ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดพิษณุโลก https://www.facebook.com/profile.php?id=100007822839207 ที่มา : https://www.facebook.com/share/b7AwN5oqtHYPD7d3/?mibextid=oFDknk
กระเจี๊ยบเขียว

กระเจี๊ยบเขียว ภาพจาก : สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยะลา https://www.facebook.com/photo/?fbid=1464034044395934&set=pcb.1464034497729222
ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
