Black Ribbon Top Right ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร

10

เรื่องล่าสุด

ข้อสงสัยการตัดแต่งกิ่งไม้ผลที่เกษตรกรต้องรู้ เรียบเรียง : สํานักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร จัดทำโดย : ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ข้อมูล : 15/5/2569

5 ขั้นตอนฟื้นฟูต้นลำไย “หลังเก็บเกี่ยว” การฟื้นฟูต้นลำไยหลังเก็บเกี่ยว (POST-HARVEST MANAGEMENT) คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ต้นไม่โทรมและพร้อมสำหรับการ “ราดสาร” ในฤดูกาลถัดไป ทริค : หลังตัดแต่งควรทาปูนแดงที่รอยตัดขนาดใหญ่เพื่อป้องกันเชื้อรา เรียบเรียง : สำนักงานเกษตรอำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ข้อมูล : 15/5/2569

การเก็บตัวอย่างดินเพื่อการวิเคราะห์ เหตุผลที่ควรตรวจดิน เวลาและสภาพพื้นที่ที่เหมาะสม ช่วงเวลา (Timing) สภาพดิน (Soil Condition) พื้นที่ต้องห้าม (Avoid Areas) อุปกรณ์ที่จำเป็น (ข้อควรระวัง : อุปกรณ์ต้องสะอาด! ห้ามมีสนิม แและห้ามเปื้อนปุ๋ยหรือสารเคมี) ขั้นตอนที่ 1 การแบ่งแปลงเก็บตัวอย่างหลักการแบ่ง : 1

DOAE PEST FORECAST

DOAE PEST FORECAST SMART FARMนวัตกรรมในแปลงเกษตรอัจฉริยะ DOAE PEST FORECAST คืออะไร?การพยากรณ์ศัตรูพืช โดยกรมส่งเสริมการเกษตร (DOAE) เป็นการแจ้งเตือนล่วงหน้า ว่า นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการจัดการดิน/น้ำ/ปุ๋ย/ศัตรูพืช อุปกรณ์วัดสภาพอากาศใน “แปลงเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farm)”แปลงพยากรณ์อากาศ ศูนย์เรียนรู้เครือข่าย ศพก. สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสระแก้ว ระบบตรวจวัดสภาพอากาศเพื่อการเกษตรยุคใหม่

อาการผิดปกติที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ขอบใบแห้ง (ข้าว)แผลช้ำตามขอบใบ มีหยด bacterial exudate เมื่อความชื้นสูง ใบไหม้ (มันสำปะหลัง)แผลจุดช้ำฉ่ำน้ำ แห้งตายถูกจำกัดด้วยเส้นใบ ขอบใบทอง (พืชตระกูลกะหล่ำ)แผลจากขอบใบลุกลามเข้ามาเป็นรูปตัววี (V) เน่าเละ (พืชตระกูลกะหล่ำ)เน่า มีเมือกเยิ้ม มีกลิ่น ใบจุด (มะเขือเทศ)แผลจุดฉ่ำน้ำสีน้ำตาลบนใบ แผลจุดสะเก็ดบนผล Gary E.Vallad

เพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง ชนิดที่พบ (4 ชนิดหลัก) ช่วงเวลาและพาหะการระบาด ลักษณะการทำลาย วิธีป้องกันและกำจัด จัดทำโดย : สำนักงานเกษตรอำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้วอ้างอิง : สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้อมูล : วันที่ 27/04/2569

โรคเหี่ยวเขียวในพริก เชื้อ Ralstonia solanacearum อาการของโรคที่ต้องสังเกต ทดสอบด้วยน้ำสะอาด ยืนต้นตายทั้งที่ใบยังเขียว แนวทางป้องกันและจัดการ จัดการดินก่อนปลูก กำจัดและทำความสะอาด ปลูกพืชหมุนเวียน เรียบเรียงโดย : สำนักงานเกษตรอำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ที่มา : กรมวิชาการเกษตร ข้อมูล : ณ วันที่

ระบบการให้น้ำ ที่ช่วยประหยัดน้ำมากที่สุดในหน้าแล้ง จะแดดร้อนหรือฝนแล้ง ก็ไม่ต้องกังวล หากมีน้ำส่งตรงถึงพืชทุกต้นแบบทั่วถึง เรามีวิธีช่วยประหยัดน้ำ ประหยัดแรง มาแนะนำ สู้เอาเวลาที่มาคอยรดน้ำไปพักผ่อน หรือทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ! ตามมาเรียนรู้กับเราได้จากโพสนี้เลยค่ะ ข้อมูลวันที่ 20 เมษายน 2569

พายุแรง ต้นทุเรียนเสียหายหนัก ฟื้นไม่ได้ เกษตรกรสามารถได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 โดยมีรายละเอียดหลักเกณฑ์ดังนี้ 1.ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร : เกษตรกรต้องมีการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัย 2.เสียหายจริง : ต้นทุเรียนต้องเสียหายจริงตามที่สำรวจ 3.อยู่ในเขตประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ : พื้นที่สวนต้องอยู่ในเขตประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 4.อัตราค่าช่วยเหลือ: สำหรับไม้ผล (รวมทุเรียน) ตายหรือเสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูได้จะได้รับเงินช่วยเหลืออัตรา 4,048บาท/ไร่

เพลี้ยไฟในทุเรียน

เพลี้ยไฟในทุเรียน

เพลี้ยไฟในทุเรียน เพลี้ยไฟ เป็นแมลงที่มีขนาดเล็กมาก ลำตัวยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ตัวอ่อนมีสีเหลือง ตัวเต็มวัยมีสีน้ำตาลปนเหลือง เคลื่อนไหวรวดเร็ว ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยทําลายทุเรียนในระยะใบอ่อน เพลี้ยไฟจะดูดกินน้ำเลี้ยง ซึ่งจะเห็นอยู่ตามเส้นกลางใบ เส้นกลางใบจะเป็นสีน้ำตาล ทําให้ใบหงิก ถ้ารุนแรงอาจทําให้ใบอ่อนร่วงได้ คำแนะนำในการป้องกันกำจัด ดังนี้ ภาพจาก : กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid031gQbHJDzarMq4yivb7FAAKpeX8ioBHVLqCaJhbCHBY57rrRAJK3XbFvBuY2bTkspl&id=100013463325204

เพลี้ยไฟเข้าทำลายผักสลัด

เพลี้ยไฟเข้าทำลายผักสลัด

เพลี้ยไฟเข้าทำลายผักสลัด คำแนะนำในการป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ ดังนี้ 1. เมื่อมีการระบาดของเพลี้ยไฟอย่างรุนแรงให้ใช้สารสกัดใบยาสูบ ฉีดพ่นทุก 2-3 วัน และเมื่อประชากรเพลี้ยไฟจะลดลงแล้วสามารถฉีดพ่นสารสกัดใบยาสูบทุก 7-10 วัน โดยสลับกับการฉีดพ่นไวต์ออยล์ หรือปิโตรเลียมออยล์ 5-7 วัน/ครั้ง 2. และเมื่อประชากรเพลี้ยไฟลดลง ให้ใช้สารสกัดสะเดาหรือน้ำส้มควันไม้ อัตราส่วน 15-20 ชีซี/น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น 1 ครั้ง/สัปดาห์ 3. ใช้สารชีวภัณฑ์ ได้แก่ เชื้อราเมตาไรเชียม หรือเชื้อราบิวเวอเรีย ฉีดพ่น 1 ครั้ง/สัปดาห์ 4. ใช้กับดักกาวเหนียวติดตั้งรอบบริเวณแปลง 5. กำจัดวัชพืชรอบแปลงซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของเพลี้ยไฟ ภาพจาก : กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02kNRKhQUW1gWrqmJtMGGF5WeyQRMQASabiiHdQ6t8zbzzRJYBg6998RECn25a2MWYl&id=100013463325204

เพลี้ยไฟในข้าวโพดหวานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

เพลี้ยไฟในข้าวโพดหวานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

เพลี้ยไฟในข้าวโพดหวานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภาพจาก : กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0rNFmQ8CrJPWdGZGGoX6Y4JAcu2arA3mnQxBPpxdkvGf3foH6JQkhMU9H2ztVZ4JSl&id=100013463325204

โรคใบจุดขอบใบไหม้ในทุเรียน

โรคใบจุดขอบใบไหม้ในทุเรียน

โรคใบจุดขอบใบไหม้ในทุเรียน เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา Phomopsis sp. โดยเชื้อจะเข้าทำลายที่ปลายใบและขอบใบไม้ จุดที่เกิดโรคจะมีเนื้อใบไม้ที่แห้งเป็นสีน้ำตาลแดงก่อนและต่อมาเปลี่ยนเป็นสี ขาวอมเทา และเมื่อเชื้อเจริญเติบโตจะทำความเสียหายกับใบทุเรียน โรคใบไหม้ แพร่ระบาดไปโดย ลม ฝน และ เนื้อเยื่อใบที่แห้ง สาเหตุโรค อาการโรคใบจุด ขอบใบไหม้ ส่วนมากเชื้อจะเข้าทำลายที่บริเวณปลายใบไม้และขอบใบไม้ก่อน เกิดอาการปลายใบแห้ง และ ขอบใบแห้ง ที่จุดเชื้อสาเหตุเข้าทำลาย เนื้อใบส่วนนั้นจะแห้งเป็นสีน้ำตาลแดงในระยะแรก และต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีขาวอมเทา และเชื้อจะเจริญพัฒนาทำความเสียหายกับใบทุเรียน ขยายขนาดของพื้นที่เนื้อใบแห้งออกไปเรื่อยๆ เนื้อใบส่วนที่แห้งสีขาวอมเทามีการสร้างส่วนขยายพันธุ์เป็นเม็ดสีดำกระจัดกระจายเต็มพื้นที่ การแพร่ระบาดของโรค ส่วนขยายพันธุ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาจะแพร่ระบาดไปโดยลม และ ฝน และ จากเนื้อเยื่อใบที่แห้งและหล่นตกค้างอยู่มี่ใต้โคนต้น เชื้อสามารถเข้าทำลายได้ทั้งใบอ่อนและใบแก่ แนวทางการจัดการโรคใบจุด ขอบใบไหม้ เมื่อพบการระบาดของโรค ควรตัดแต่งกิ่งที่ป็นโรค เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุในแปลงปลูก แล้วพ่น

โรคในแปลงกล้วยตานี

โรคในแปลงกล้วยตานี

โรคในแปลงกล้วยตานี ใบล่างของกล้วยมีอาการจุดสีดำประปราย และเริ่มลุกลามทำให้ใบเหลืองแห้ง แต่ยังไม่พบยืนต้นตาย เมื่อตัดลำต้นกล้วยไม่พบแผลหรือรอยช้ำ ไม่พบรอยเจาะของด้วงงวงเจาะลำต้นกล้วย จึงสันนิษฐานว่ากล้วยเป็นโรคใบจุด แนะนำให้หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบใบกล้วยมีอาการของโรคให้รีบตัดใบที่เป็นโรคนำออกไปทำลายนอกแปลงปลูก และตัดแต่งใบกล้วยในแต่ละต้นหรือแต่ละกอ ไม่ให้แน่นเกินไป เพื่อลดความชื้นในกอกล้วยที่จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหรือสะสมของเชื้อรา จากนั้นให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช ไดฟีโนโคนาโซล 25% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แมนโคเซบ 80% ดับเบิลยูพี อัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วต้นที่เป็นโรค และหากเกษตรกรต้องการปลูกกล้วยในพื้นที่ใหม่ ควรหลีกเลี่ยงการปลูกในพื้นที่ที่เคยมีการระบาด ของโรคนี้มาก่อน และไม่นำหน่อพันธุ์จากต้นตอที่เป็นโรคไปปลูก ให้เลือกใช้หน่อกล้วยที่มีคุณภาพดี จากแหล่งปลอดโรคและควรทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรที่ใช้กับต้นที่เป็นโรคก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ ภาพจาก : กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย https://www.facebook.com/photo/?fbid=17387898565797