Black Ribbon Top Right ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร

10

เรื่องล่าสุด

วิธีจัดการวัชพืชในสวนช่วงหน้าฝน 1.สำรวจและรู้จักวัชพืชในสวนวัชพืชมีหลายประเภท ทั้งวัชพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและใบเลี้ยงคู่ บางชนิดโตเร็วและแตกหน่อได้ง่าย ระบบรากใต้ดินแข็งแรง รากลึกและวัชพืชบางชนิดขยายพันธุ์ด้วยเหง้า อาจต้องถอนและขุดรากออก 2.ถอนวัชพืชออกด้วยมือหรือเครื่องมือเช่น จอบ คราด เป็นวิธีที่ปลอดภัยและเหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็กถึงกลาง ควรถอนรากถอนโคน เพื่อป้องกันไม่ให้วัชพืชงอกช้ำ แต่ควรเลือกถอนในช่วงที่ดินไม่เปียกชุ่มเกินไป เพื่อให้ถอนง่ายและไม่ทำลายโครงสร้างดิน 3.การคลุมดินเช่น ฟางข้าว ใบไม้แห้ง หรือพลาสติกคลุมดิน จะช่วยลดการงอกของวัชพืชเพราะวัสดุคลุมดิน จะบล็อกแสงที่วัชพืชต้องการในการงอก นอกจากนี้ยังช่วยรักษาความชื้นในดินและลดการระเหยของน้ำทำให้พืชหลักเจริญเติบโตดีขึ้นด้วย

แนวทางปฏิบัติหลังน้ำท่วม “พืชไร่ มะพร้าว ปาล์มน้ำมัน กาแฟ พริกไทย ขมิ้นชัน ยางพารา” การดูแลแปลงเกษตรให้ฟื้นตัวอย่างถูกวิธี หลายพื้นที่เริ่มมีน้ำลดลงแล้ว แต่ปัญหาที่ตามมาคือความชื้นสะสม ดินแน่น และโรคพืชจากเชื้อรา เพื่อให้ผลผลิตกลับมาฟื้นตัวได้ไว แนะนำแนวทางสำคัญดังนี้ ที่มา : กลุ่มพัฒนาสื่อส่งเสริมการเกษตร สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตร เข้าดูข้อมูลเพิ่มเติม :

Bacterial Leaf Blight Diseaseโรคขอบใบแห้งสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ในสภาพที่มีฝนตกชุก หรือความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง สาเหตุและแหล่งที่พบการระบาดบ่อยครั้ง สาเหตุและแหล่งที่พบสาเหตุ : เชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas oryzae pv. oryzae (ex Ishiyama) Swings et al. แหล่งที่พบระบาดบ่อยครั้ง : นาน้ำฝนและนาชลประทาน

เพลี้ยอ่อน ศัตรูสำคัญในพืชผัก ลักษณะทั่วไป วงจรชีวิตเพลี้ยอ่อนสามารถสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศได้หลายรุ่นในช่วงเวลาอันสั้น จึงเพิ่มจำนวนและแพร่ระบาดได้รวดเร็ว ชนิดเพลี้ยอ่อนที่พบในพืชผัก เพลี้ยอ่อนฝ้าย (Aphis gossypii)พบในพริก มะเขือ แตงกวา ถั่วฝักยาว และพืชผักหลายชนิด เพลี้ยอ่อนผัก (Lipaphis erysimi)พบในพืชตระกูลกะหล่ำ เช่น คะน้า กะหล่ำปลี บรอกโคลี เพลี้ยอ่อนถั่ว (Aphis

โรคใบขีดสีน้ำตาล (Narrow Brown Leaf Spot) เกิดจากเชื้อรา Cercospora oryzae มักพบในนาข้าวระยะแตกกอ อาการคือใบมีแผลสีน้ำตาลเป็นขีดขนานไปกับเส้นใบ ลักษณะอาการของโรคแผลขีดสีน้ำตาลแคบ ๆ ยาวไปตามเส้นใบข้าว การระบาดรุนแรงแผลขยายตัวทำให้ใบแห้งตาย ผลกระทบส่งผลกระทบต่อการสังเคราะห์แสง ปัจจัยที่ทำให้เกิดการระบาด วิธีป้องกันและจัดการ การเตรียมตัวก่อนปลูกและเทคนิคการจัดการแปลง คลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยเชื้อไตรโคเดอร์มาอัตราส่วนการใช้งานไตรโคเดอร์มา ไม่ปลูกข้าวหนาแน่นจนเกินไป การป้องกันและควบคุมในช่วงการเจริญเติบโตฉีดพ่นไตรโคเดอร์มา 3

โรคไหม้ข้าว (Rice Blast)

โรคไหม้ข้าว (Rice Blast) เกิดจากเชื้อรา Pyricolaria oryzae ลักษณะอาการ : เริ่มจากจุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ บนใบ แล้วขยายเป็นรูปตาหรือกระสวยตรงกลางสีเทา ขอบสีน้ำตาล หากเป็นที่ข้อต่อใบหรือคอรวง จะทำให้รวงแห้งหัก (โรคคอรวงเน่า) ปัจจัยที่เอื้อต่อการเกิดโรค 1.สภาพอากาศที่เหมาะสม : อุณหภูมิกลางคืนเย็นประมาณ 20-25°C อากาศร้อนในตอนกลางวัน

แนวทางการปฏิบัติหลังน้ำท่วมปาล์มน้ำมัน 1.การจัดการพื้นที่ 2.ระวังการย่ำดิน 3.หากต้นปาล์มล้มเอียง 4.เมื่อดิน/ทราย ทับถมที่โคนต้น 5.หากตรวจพบต้นปาล์มตาย 6.วิธีฟื้นฟู *ปาล์มน้ำมันที่ให้ผลผลิตแล้ว ข้อมูล : กันยายน 2569

เกณฑ์การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช อ้างอิงตาม *วันบังคับใช้ บังคับใช้วันที่เกิดภัย ตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ข้อมูล : กันยายน 2569 3 ขั้นตอนควรรู้! เกษตรกรต้องทำอย่างไร…เมื่อพืชเสียหายจากภัยพิบัติทำครบ 3 ขั้นตอน เพื่อสิทธิ์รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ 1. เช็กทะเบียนเกษตรกรให้ชัวร์ ช่องทางการขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงข้อมุล

โรคเหี่ยวในกล้วย (Banana Blood Disease) ข่าวเตือนการระบาดศัตรูพืช โรคเหี่ยวในกล้วย (Banana Blood Disease) ฉบับที่ 9 ประจำเดือนกันยายน 2569 เชื้อสาเหตุ : เชื้อแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum species complex ลักษณะอาการ การแพร่ระบาด


แนวทางการปฏิบัติหลังน้ำท่วม : มะพร้าว

แนวทางการฟื้นฟูต้นมะพร้าวมีหลายวิธี เช่น การปรับสภาพแวดล้อมหลังน้ำท่วม การใส่ปุ๋ยบำรุง การใช้ปุ๋ยอินทรีย์และสารปรับปรุงดิน การป้องกันกำจัดศัตรูพืช และการดูแลให้น้ำอย่างเหมาะสม

  1. การจัดการพื้นที่
  • ระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด และปล่อยให้ดินแห้งอย่างน้อย 2 วัน
  • กำจัดโคลนที่ทับถมออก
  • ตัดแต่งกิ่งที่เสียหาย ปลิดผลหรือดอกที่ไม่สมบูรณ์
  • พยุงต้นมะพร้าวเพื่อป้องกันการล้ม
  1. การปรับปรุงและบำรุงดิน
  • ปรับสภาพดินให้เป็นด่างด้วยการใส่ปูนขาวหรือไไดโลไมต์ 0.5-1 กก./ต้น
  • ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในหลุมหรือรางที่ขุดรอบโคนต้น เพื่อเพิ่มสารอาหารและช่วยให้ดินร่วนซุย
  • คลุมดินรอบโคนต้นด้วยฟางหรือใบไม้เพื่อรักษาความชื้นและลดวัชพืช
  • ปรับโครงสร้างดินด้วยการผสมแกลบดำหรือแกลบหมักลงในดินเพื่อช่วยให้ดินร่วนซุย
  • ทำน้ำหมักจากมะพร้าวเพื่อใช้รดต้นไม้ ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์และสารอาหารให้ดิน
  • ควรตรวจวิเคราะห์ pH ดินและน้ำ สารพิษ และสารโลหะหนักที่อาจตกค้าง
  1. การบำรุงต้นและการให้ปุ๋ย
  • ให้ปุ๋ยทางใบเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ให้ต้น
  • ปุ๋ยสูตรต่าง ๆ
    • ปุ๋ยบำรุงต้น ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 15-14-16 ปริมาณ 1.5-3 กก./ต้น/ปี แบ่งใส่ 3-4 ครั้ง
    • ปุ๋ยบำรุงผลผลิต ใส่ปุ๋ยสูตร 15-5-20 หรือ 15-3-21 หรือ 15-5-25 หรือ 12-6-24 ปริมาณ 1.5-3 กก./ต้น/ปี แบ่งใส่ 3-4 ครั้ง
    • ปุ๋ยสำหรับต้นใหม่ ใส่ปุ๋ยสูตร 25-7-7 ประมาณ 100 กรัม/ต้น/เดือน เพื่อบำรุงต้นในระยะแรก
    • ปุ๋ยน้ำ 12-12-12 หรือ ปุ๋ยเกล็ด 20-20-20/21-21-21
    • น้ำตาลเด็กซ์โตรส 600 กรัม
    • ฮิวมิคแอซิด 20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร
    • สารจับใบ + สารป้องกันและกำจัดโรค/แมลง ฉีดพ่นทุก 3 วัน จนกระทั่งแตกใบอ่อนและเพสลาด
    • ใส่ไตรโคเดอม่า ราด/ขยายปุ๋ย หมัก 3-5 กก./ต้น
    • ปุ๋ยหมักขยายเชื้อ พด. 3 จำนวน 3.5 กก./ต้น
  1. การป้องกันกำจัดศัตรูพืช
  • ใช้สารชีวภาพ โดยการทำน้ำหมักสมุุนไพร เช่น ข่า สะเดา พริก หรือใบบมะกรูดเพื่อไล่แมลงศัตรูพืช
  • ควบคุมโรค ป้องกันโรคจากความชื้นโดยหลีกเลี่ยงการให้น้ำขังบริเวณราก
  • กรณีรากเน่าโคนเน่า เชื้อราพิเทียม ไฟทอปธอรา ใช้เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี/เมตาแลกซิล/ฟอสอีทิล อะลูมิเนียม 100 กรัม/น้ำ 1 ลิตร
  • กรณีโรคเน่าโคนเน่า เชื้อราฟูซาเรียม/ไรซ็อกโทเนีย/สเครอโรเทียม ราดสารเคมีพีซีเอ็นบีหรือเทอร์ราคลอร์ 50-60 มิลลิลิตร/น้ำ 1 ลิตร
  • หากพบปัญหาศัตรูพืชหรือโรคพืช ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
  1. การให้น้ำ
  • ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ โดยเฉพาะในปีแรกอาจให้น้ำสัปดาห์ละครั้ง และเมื่อต้นโตขึ้นอาจให้น้ำทุก 2 สัปดาห์
  • ควบคุมปริมาณน้ำ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าน้ำไม่ขังที่โคนต้นเพื่อป้องกันโรค

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์ภัยพิบัติด้านพืช กรมส่งเสริมการเกษตร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน

แนวทางการปฏิบัติหลังน้ำท่วม : มะพร้าว