ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร

ศูนย์วิทยบริการ
10

เรื่องล่าสุด

เอกสารวิชาการ การปลูกและการขยายพันธุ์มะนาวของศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา เรียบเรียงโดย : ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง กรมส่งเสริมการเกษตร ดาวน์โหลดไฟล์ PDF.

เรื่องเล่าเช้าวันจันทร์ ชวนทำความรู้จักกับ “คลินิกพืช” หน่วยบริการที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถแก้ไขปัญหาศัตรูพืช และป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้อย่างตรงจุด รวมถึงหมอพืชและหมอพืชชุมชน บุคคลที่จะช่วยวินิจฉัยอาการผิดปกติของพืช(เบื้องต้น) ให้แก่เกษตรกรได้ ชวนอ่านเรื่องราวจากทั้ง 4 เอกสารแนะนำ ดังนี้ Q&A คลินิกพืช วินิจฉัยอาการผิดปกติของพืช แก้ปัญหาศัตรูพืชตรงจุดคลิกอ่าน : https://esc.doae.go.th/คลินิกพืช/ คลิกนิกพืชคลิกอ่าน : https://esc.doae.go.th/คลินิกพืช-2/ มารู้จัก

หลักการใช้ปุ๋ยเคมีให้มีประสิทธิภาพ การใช้ปุ๋ยเคมีให้มีประสิทธิภาพ ควรใช้ให้ตรงตามความต้องการของพืช และสมบัติของดิน โดยใส่ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รับธาตุอาหารต่าง ๆ ครบถ้วน ส่งผลให้ผลผลิตสูง และมีคุณภาพดี คงความอุดมสมบูรณ์ของดินในระดับดีเอาไว้ระยะยาว และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้ปุ๋ยให้ถูกชนิด การใช้ปุ๋ยให้ถูกอัตรา การใช้ปุ๋ยให้ถูกเวลา การใช้ปุ๋ยให้ถูกวิธี เรียบเรียงโดย : สำนักงานเกษตรอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

เชิญร่วมงานรณรงค์จำกัดการขยายพันธุ์และลดประชากรของแมลงวันผลไม้ “ดักล่อ” “ห่อผล” “หล่นเก็บ” วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2567 ณ ลานวัดชมพูพน ตำบลหนองโสน อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี

หนอนกระทู้หอม กัดกินต้นมันสำปะหลัง คำแนะนำ :1.เมื่อพบตัวหนอนหรือกลุ่มไข่ในแปลง ให้เก็บและนำมาทำลาย พร้อมกำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลง2.ฉีดพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยเลือกสารชนิดใดชนิดหนึ่ง ผสมน้ำ 20 ลิตร เช่นㆍ คลอแรนทรานิลิโพรล 5.17% SC อัตรา 20 มิลลิลิตรㆍ เดลทาเมทริน 3% EC อัตรา 30

ข่าวประชาสัมพันธ์การขอรับบริการชีวภัณฑ์ สำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง ให้บริการชีวภัณฑ์แก่เกษตรกรที่ทำการเกษตร ซึ่งมีความต้องการใช้ชีวภัณฑ์เป็นจำนวนมาก หรือเป็นตัวอย่างในการนำไปทดลองใช้ สามารถติดต่อขอรับหัวเชื้อเพื่อนำไปผลิตขยายเองได้ที่กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : สำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง

คำแนะนำการป้องกันกำจัด หนอนกระทู้…ในมันสำปะหลัง หนอนกระทู้ เป็นแมลงศัตรูที่สำคัญของพืชเศรษฐกิจหลายชนิด พบหนอนเเข้าทำลายทั้งในพืชผัก พืชไร่ ไม้ผล และไม้ดอก เนื่องจากสภาพอากาศช่วงนี้มีฝนตกและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังหนอนกระทู้ทำลายพืชได้ ตั้งแต่วัยแรก โดยจะกัดกินใบพืช ก้านใบและต้นอ่อน เนื่องจากหนอนมีขนาดใหญ่และกัดกินใบอย่างรวดเร็ว จึงทำความเสียหายอย่างรุนแรง หากไม่ป้องกันกำจัดอาจไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ คำแนะนำการป้องกันกำจัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช ณ สำนักงานเกษตรอำเภอ (ตามที่ตั้งแปลง) เรียบเรียงโดย

เตือน “หนอนกระทู้” ระบาดในมันสำปะหลัง แนวทางการป้องกันกำจัด1. เมื่อพบตัวหนอนหรือกลุ่มไข่ในแปลงให้เก็บ และนำมาทำลายพร้อมกำจัดวัชพืชที่อยู่ในแปลง และบริเวณรอบแปลง2. ฉีดพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช หากการระบาดของหนอนลดลงให้ควบคุมด้วยชีวภัณฑ์โดยฉีดพ่นเชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ทูริงเยนซิส (Bt) อัตรา 80 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 20 ลิตร หลังจากฉีดพ่นสารเคมีแล้ว 15 วัน เรียบเรียงโดย

TikTok เกษตรมาแล้ว เชิญชวนเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร ใช้แผ่นเสียง จากคลิป “เชิญชวนเกษตรกรเเจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร”ในการโพสต์ TikTok ของตนเอง ใช้งานง่าย เพิ่มยอดการเข้าถึง อีกทั้งยังช่วยสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้ขยายเป็นวงกว้างมากขึ้น รับชมคลิป คลิก >> https://www.tiktok.com/@kasetserve/video/7375018032810183943?_t=8n8KxPDBTUu&_r=1


ระวัง 3 โรคข้าวหน้าหนาว

โรคขอบใบแห้ง
ทําลายระยะกล้าถึงออกรวง อาการพบเป็นแผลช้าที่ขอบใบต่อมาประมาณ 7-10 วัน จุดช้ำนี้จะขยายกลายเป็นทางสีเหลืองยาวตามใบข้าว ใบที่เป็นโรค จะแห้งเร็ว และสีเขียวจะจางลงเป็นสีเทา ๆ ในกรณีที่ต้นข้าวมีความอ่อนแอต่อโรค ต้นข้าวจะเหี่ยวเฉาและแห้งตายทั้งต้นโดยรวดเร็ว เรียกอาการของโรคนี้ว่า ครีเสก (kresek) การป้องกันกําจัด ใช้พันธุ์ต้านทานโรค ไม่ใส่ ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป
สารเคมีป้องกันกําจัด เสตร็พโตมัยซินซัลเฟต+ออกซีเตทตราไซคลินไฮโดรคลอร์ไรด์ ไตรเบซิคคอปเปอร์ซัลเฟต ซิงค์ไทอะโซล

โรคไหม้
ทําลายระยะกล้าถึงออกรวง ใบเป็นจุดสีน้ําตาลคล้ายรูปตา หัวท้ายแหลม ตรงกลาง แผลมีจุดสีเทา กรณีที่โรคระบาดรุนแรงแผลขยายติดกัน กล้าข้าวจะแห้งฟุบตายทั้งกอ อาการคล้ายถูกไฟไหม้ ระยะแตกกอ อาการของโรคพบได้ที่กาบใบ ข้อต่อใบและข้อต่อของลำต้น ระยะออกรวง มีแผลที่คอรวง เกิดเมล็ดลีบ ถ้าข้าวเริ่มโน้มรวงเกิดแผลช้ําที่คอรวง ทําให้รวงหัก การป้องกันกําจัด ใช้พันธุ์ต้านทานโรค คลุกเมล็ดด้วยสารป้องกันเชื้อรา ไม่ควร หว่านข้าวหนาแน่นเกินไป ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนลง
สารเคมีป้องกันกําจัด ไตรไซคลาโซล ไอโซโปรไธโอเลน คาร์เบนดาซิม

โรคใบจุดสีน้ําตาล
ทําลายระยะกล้าถึงออกรวง มีลักษณะจุดสีนํ้าตาลคล้ายสนิมรูปกลมหรือรูปไข่ที่ใบ แผลมีสีเหลือง หากพบแผลที่เกิดบนเมล็ดข้าวเปลือก เรียก โรคเมล็ดด่าง ทําให้เมล็ดเสื่อมคุณภาพ เมื่อนําไปสีจะทําให้เมล็ดหักง่าย การป้องกันกําจัด ปรับปรุงบํารุงดินโดยการไถกลบฟาง เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ในดินด้วยการใช้ปุ๋ยพืชสดหรือปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อลดความรุนแรงของโรค คลุกเมล็ดก่อนปลูกด้วยสารป้องกันกําจัดเชื้อรา กําจัดวัชพืชทําแปลงให้สะอาด ใส่ปุ๋ยในอัตราที่เหมาะสม
สารเคมีป้องกันกําจัด คาร์เบนดาซิม แมนโคเซบ โพรพิโคนาโซล ทีบูโคโนโซล ครีโซซิม-เมทิล หรือคาร์เบนดา ซิม+แมนโคเซบ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : กลุ่มอารักขาพืช สํานักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท https://www.facebook.com/DoaeChainat

ดาวน์โหลดไฟล์ PDF.

ระวัง 3 โรคข้าวหน้าหนาว