เพลี้ยแป้งในนาข้าว

เพลี้ยแป้งในนาข้าว เพลี้ยแป้ง Pseudococus มีการลอกคราบ 3 ครั้ง ครั้งละ 5 วัน ระยะตัวเต็มวัยนาน 13 วัน และวางไข่ได้ประมาณ 109 ฟอง เพศผู้ลอกคราบ 4 ครั้ง ใช้ระยะเวลานาน 15 วัน ลักษณะการทำลายเพลี้ยแป้งทำลายข้าวโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นข้าว ตั้งแต่ระยะกล้าถึงระยะออกรวง ส่วนใหญ่พบทำลายช่วงระยะข้าวแตกกอ ถ้ามีปริมาณมากทำให้กาบใบและใบข้าวเป็นสีเหลืองถึงน้ำตาล เหี่ยวแห้ง แคระแกร็นและแห้งตายทั้งกอ ต้นที่ไม่แห้งตายก็ไม่สามารถออกรวงได้ตามปกติ หรือออกรวงได้เมล็ดข้าวที่ลีบ พบระบาดเป็นครั้งคราว มักพบระบาดเป็นหย่อม ๆ หรือบางจุด โดยเฉพาะปีที่อากาศแห้งและฝนแล้ง ความเสียหายเกิดขึ้นมากเช่นในภาคเหนือตอนบน หรือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การป้องกันกำจัด เรียบเรียง : สำนักงานเกษตรอำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว อ้างอิงจาก : สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พฤษภาคม ; 2568
การป้องกันกำจัดหนอนกระทู้

การป้องกันกำจัดหนอนกระทู้ พบดักแด้ ทำลายโดย พบไข่ ทำลายโดย พบหนอนขนาดเล็ก ทำลายโดย พบหนอนขนาดใหญ่ ทำลายโดย พบตัวเต็มวัย ทำลายโดย ชีวภัณฑ์ ได้แก่ สารเคมี ตามคำแนะนำ ได้แก่ *** ควรพ่นสารฆ่าแมลงทุก 7 วัน ติดต่อกัน 2-4 ครั้ง และต้องสลับกลุ่มสารทุก 30 วัน *** เรียบเรียงโดย : สำนักงานเกษตรอำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว เมษายน ; 2568
เพลี้ยไฟในมะม่วง (Chilli thrips)

เพลี้ยไฟในมะม่วง (Chilli thrips) ลักษณะการทำลาย การป้องกันกำจัด *ในขณะที่ดอกบานควรหลีกเลี่ยงการใช้สารดังกล่าว เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อแมลงผสมเกสรได้ จัดทำโดย : สำนักงานเกษตรอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
โรคใบไหม้ (sunburn)

โรคใบไหม้ (sunburn) การทำลายใบทุเรียนเป็น ซันเบิร์น (sunburn) เกิดแผลอาการใบไหม้แห้ง เหมือนถูกแดดเผา ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรง ต้องการสังเคราะห์แสงและปรุงอาหารของต้นทุเรียน ทำให้การเจริญเติบโตชะงัก หากเป็นในช่วงติดดอกติดผลจะส่งผลต่อคุณภาพผลผลิตทุเรียน สาเหตุหลักของอาการใบไหม้ Sunburn แนวทางป้องกัน/แก้ไข เรียบเรียงโดย : กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด
โรคจุดดำ หรือ โรคแอนแทรคโนสในมะม่วง

โรคจุดดำ หรือ โรคแอนแทรคโนสในมะม่วง เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides เข้าทำลายพืชได้ทุกระยะการเจริญและเกือบทุกส่วนของมะม่วง ไม่ว่าจะเป็นต้นกล้า ยอดอ่อน ใบอ่อน ช่อดอก ดอก ผลอ่อนจนถึงผลแก่ และผลหลังการเก็บเกี่ยว ทำให้เกิดอาการเป็นจุดแผลตกค้างอยู่บนใบ กิ่ง ผล และหากการเข้าทำลายของโรครุนแรงก็จะเกิดอาการใบแห้ง ใบบิดเบี้ยวและร่วงหล่น ช่อดอกแห้งไม่ติดผล ผลเน่าร่วงตลอดจนผลเน่าหลังการเก็บเกี่ยว แนวทางการป้องกันแก้ไข ***ควรหลีกเลี่ยงการพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชในช่วงดอกบาน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการผสมเกสรของพืช เรียบเรียงโดย : สำนักงานเกษตรอำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว
ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
