ลิ้นจี่จักรพรรดิฝาง (ลิ้นจี่จักรพรรดิเชียงใหม่) จ.เชียงใหม่ GI

ลิ้นจี่จักรพรรดิฝาง (ลิ้นจี่จักรพรรดิเชียงใหม่) จ.เชียงใหม่ GI ลิ้นจี่จักรพรรดิฝาง เป็นผลไม้อัตลักษณ์พื้นถิ่นของจังหวัดเชียงใหม่ มากกว่า 60 ปี ด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอม เนื้อหนาสีขาวขุ่น ฉ่ำน้ำ ทรงผลคล้ายรูปหัวใจ มีขนาดใหญ่ เปลือกหนาสีแดงอมชมพู จึงเป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อ ปลูกในพื้นที่อำเภอฝาง แม่อาย และอำเภอไชยปราการ ของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ มีแหล่งน้ำธรรมชาติหลายสาย อีกทั้งมีน้ำพุร้อนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ จึงทำให้ดินและน้ำมีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตและรสชาติของลิ้นจี่ อีกทั้งมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นในช่วงเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ ประกอบกับเกษตรกรดูแลแปลงปลูกเป็นอย่างดี มีการบำรุงต้น ตัดแต่งกิ่ง ตัดแต่งช่อ ส่งผลให้ลิ้นจี่จักรพรรดิฝางมีผลผลิตสูง และมีคุณภาพดี รสชาติอร่อย ผลิตภายใต้มาตรฐานเกษตรปลอดภัย GAP เป็นที่ต้องการของตลาด ที่มา : โครงการจัดทำสื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการสร้างอัตลักษณ์ผลไม้ไทย ปี 2567 กรมส่งเสริมการเกษตร สํานักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร จัดทำโ
ชาวนาอย่าประมาท รู้ทัน 4 โรคระบาดช่วงฤดูฝน

ชาวนาอย่าประมาท รู้ทัน 4 โรคระบาดช่วงฤดูฝน โรคที่เกิดจากเชื้อรา โรคไหม้ลักษณะอาการ : ใบมีแผลจุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผล ถ้าระบาดรุนแรงต้นข้าวจะแห้งและฟุบตาย อาการคล้ายถูกไฟไหม้ หากพบในระยะออกรวง คอรวงจะเปราะและหักง่าย เมล็ดลีบ โรคใบจุดสีน้ำตาลลักษณะอาการ : พบมากในระยะแตกกอ ใบข้าวเป็นแผล ลักษณะจุดสีน้ำตาลรูปกลม ขอบนอกสุดของแผลมีสีเหลือง และเป็นรอยเปื้อนคล้ายสนิม กระจายทั่วไปบนใบข้าว โรคที่เกิดจากแบคทีเรีย โรคขอบใบแห้งลักษณะอาการ : ระยะแรกเกิดจุดเล็ก ๆ ที่ขอบใบล่าง แผลจะขยายไปตามความยาวของใบ ใบจะแห้งเร็ว บริเวณแผลพบหยดน้ำสีครีมคล้ายยางสนกลม ๆ ขนาดเล็ก โรคใบขีดโปร่งแสงลักษณะอาการ : เป็นขีดช้ำยาวไปตามเส้นใบ ใบเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือส้ม แสงทะลุผ่านได้ พบหยดน้ำสีเหลืองคล้ายยางสนเล็ก ๆ บนแผล คำแนะนำ เรียบเรียง : กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดปทุมธานี มิถุนายน ; 2568
กลไกการเข้าทำลายแมลงของ..ไวต์ออยล์และปิโตรเลียมออยล์

กลไกการเข้าทำลายแมลงของ..ไวต์ออยล์และปิโตรเลียมออยล์ ไวต์ออยล์และปิโตเลียมออยล์ออกฤทธิ์ทางกายภาพต่อตัวแมลงโดยตรง ส่งผลให้แมลงไม่สามารถสร้างกลไกการดื้อยาได้ โดยสามารถนำไปใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้ ดังนี้ 1. เป็นสารที่ทำลายแมลงทางกายภาพ (Physical poison) กลไกการออกฤทธิ์จะไปขัดขวางหรืออุดรูหายใจ(Suffocation) และดูดความชื้น (Desiccation) ในตัวแมลงทำให้แมลงตาย นอกจากนี้ยังไปชะล้างไขมันที่ผนังลำตัวของแมลงบางชนิด เช่น เพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย ไรแดง รวมทั้งไปเคลือบไข่ของแมลงทำให้ไข่ไม่ฟัก 2. มีผลต่อพฤติกรรมการวางไข่ของแมลง การพ่นสารไวต์ออยล์หรือปิโตรเลียมออยล์จะทำให้พืชมีกลิ่นเปลี่ยนไป ส่งผลให้ผีเสื้อเพศเมียวางไข่น้อยลง เช่น กรณีของแมลงวันทองพริก ลดการวางไข่เนื่องจากผิวของผลพริกเคลือบด้วยไขมัน ทำให้การลดการทำลายของแมลงวันทองในพริกได้ 3. ใช้ในลักษณะของสารเสริมประสิทธิภาพ (Adjuvants) จากงานวิจัยพบว่าการใช้สารกลุ่มนีโอนิโคตินอยด์ (อิมิดาโคลพริด ไทอะมีโทแซม โคลไทอะนิดิน ไดโนทีฟูแรน) ผสมกับไวต์ออยล์ มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นในการป้องกันกำจัดแมลงได้ดีขึ้น โดยสารในกลุ่มน้ำมันจะช่วยเสริมหรือเพิ่มฤทธิ์ของสาร
ฝนตกแค่ไหน? น้ำถึงจะท่วม

ฝนตกแค่ไหน? น้ำถึงจะท่วม ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดน้ำท่วม 1.ปริมาณฝน (Rainfall Amount) 2.สภาพภูมิประเทศ 3.ความอิ่มตัวของดิน (Soil Saturation) 4.ระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองก่อนฝนตก ตัวอย่างสถานการณ์ สถานการณ์ คำแนะนำ เรียบเรียง : สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ พฤษภาคม ; 2568
เตือนโรคแมลงรายสัปดาห์ช่วงฤดูฝน

เตือนโรคแมลงรายสัปดาห์ช่วงฤดูฝน หนอนกระทู้ลายจุด (Spodoptera litura) เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (Nilaparvata lugens) หนอนม้วนใบข้าว (Cnaphalocrocis medinalis) เพลี้ยไฟ (Thrips spp.) เรียบเรียง : สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ พฤษภาคม ; 2568
ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
