Black Ribbon Top Right ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร

10

เรื่องล่าสุด

อาการผิดปกติที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ขอบใบแห้ง (ข้าว)แผลช้ำตามขอบใบ มีหยด bacterial exudate เมื่อความชื้นสูง ใบไหม้ (มันสำปะหลัง)แผลจุดช้ำฉ่ำน้ำ แห้งตายถูกจำกัดด้วยเส้นใบ ขอบใบทอง (พืชตระกูลกะหล่ำ)แผลจากขอบใบลุกลามเข้ามาเป็นรูปตัววี (V) เน่าเละ (พืชตระกูลกะหล่ำ)เน่า มีเมือกเยิ้ม มีกลิ่น ใบจุด (มะเขือเทศ)แผลจุดฉ่ำน้ำสีน้ำตาลบนใบ แผลจุดสะเก็ดบนผล Gary E.Vallad

เพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง ชนิดที่พบ (4 ชนิดหลัก) ช่วงเวลาและพาหะการระบาด ลักษณะการทำลาย วิธีป้องกันและกำจัด จัดทำโดย : สำนักงานเกษตรอำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้วอ้างอิง : สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้อมูล : วันที่ 27/04/2569

โรคเหี่ยวเขียวในพริก เชื้อ Ralstonia solanacearum อาการของโรคที่ต้องสังเกต ทดสอบด้วยน้ำสะอาด ยืนต้นตายทั้งที่ใบยังเขียว แนวทางป้องกันและจัดการ จัดการดินก่อนปลูก กำจัดและทำความสะอาด ปลูกพืชหมุนเวียน เรียบเรียงโดย : สำนักงานเกษตรอำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ที่มา : กรมวิชาการเกษตร ข้อมูล : ณ วันที่

ระบบการให้น้ำ ที่ช่วยประหยัดน้ำมากที่สุดในหน้าแล้ง จะแดดร้อนหรือฝนแล้ง ก็ไม่ต้องกังวล หากมีน้ำส่งตรงถึงพืชทุกต้นแบบทั่วถึง เรามีวิธีช่วยประหยัดน้ำ ประหยัดแรง มาแนะนำ สู้เอาเวลาที่มาคอยรดน้ำไปพักผ่อน หรือทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ! ตามมาเรียนรู้กับเราได้จากโพสนี้เลยค่ะ ข้อมูลวันที่ 20 เมษายน 2569

พายุแรง ต้นทุเรียนเสียหายหนัก ฟื้นไม่ได้ เกษตรกรสามารถได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 โดยมีรายละเอียดหลักเกณฑ์ดังนี้ 1.ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร : เกษตรกรต้องมีการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัย 2.เสียหายจริง : ต้นทุเรียนต้องเสียหายจริงตามที่สำรวจ 3.อยู่ในเขตประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ : พื้นที่สวนต้องอยู่ในเขตประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 4.อัตราค่าช่วยเหลือ: สำหรับไม้ผล (รวมทุเรียน) ตายหรือเสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูได้จะได้รับเงินช่วยเหลืออัตรา 4,048บาท/ไร่

DOAECam : ผู้ช่วยเกษตรกรยุคใหม่ ถ่ายรูปติดพิกัด แม่นยำ ชัดเจน! 3 ฟังก์ชั่นหลักที่ช่วยให้การทำเกษตรเป็นเรื่องง่าย บันทึกภาพพร้อมพิกัด GPS แม่นยำ วาดแปลงและคำนวณพื้นที่ได้เอง ใช้งานฟรี จัดเก็บเป็นระเบียบ Android: สแกน QR Code ใน Infographic ด้านล่าง หรือหาคำว่า

พืชหลังนาสร้างรายได้และช่วยลดการเผาฟาง แตงโมระยะเวลาเก็บเกี่ยว : 60-75 วัน เป็นพืชอายุสั้น ทำเงินเร็ว เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำเพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ตลาดรับซื้อง่ายและมีความต้องการสูง ถั่วลิสงระยะเวลาเก็บเกี่ยว : 80-100 วัน ตลาดมีความต้องกการสูง มีคุณสมบัติช่วยปรับปรุงบำรุงดินได้ดี หลังการปลูกข้าว มีความทนทานต่อสภาพดินและสภาพอากาศ ข้าวโพด/ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ระยะเวลาเก็บเกี่ยว : 60-90 วัน เป็นพืชเศรษฐกิจ

การปรับปรุง “ดินเปรี้ยว” เพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืน ดินเปรี้ยว (ดินกรดกำมะถัน) คือดินที่มีค่า pH ต่ำกว่า 7 โดยเฉพาะดินเปรี้ยวจัดจะมีค่า pH ต่ำกว่า 4.5 เกิดจากการสลายตัวของสารไพไรต์ (Pyrite) ในดินเมื่อสัมผัสอากาศและน้ำ ทำให้เกิดกรดกำมะถัน ส่งผลให้พืชไม่สามารถดูดซึมธาตุอาหารได้ตามปกติ และอาจเกิดความเป็นพิษจากธาตุอะลูมิเนียมและเหล็ก ลักษณะสังเกต : หน้าแล้งดินแตกระแหงเป็นร่องลึก,

โรคเขียวเตี้ยในข้าว (GRASSY STUNT DISEASE) เชื้อสาเหตุโรค : เชื้อไวรัส RICE GRASSY STUNT VIRUS (RGSV) อาการ การแพร่ระบาด การป้องกันและกำจัด องค์ความรู้โดย : กองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าวจัดทำโดย : สำนักงานเกษตรอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

โรคดอกกระถินข้าว (False Smut)

โรคดอกกระถินข้าว (False Smut)

โรคดอกกระถินข้าว (False Smut) โรคดอกกระถินข้าว เกิดจากเชื้อ Ustilaginoidea virens (Cke.) เข้าทำลายรวงข้าวในระยะเริ่มออกดอกเมื่อสภาพอากาศมีความชื้นสูง เช่น มีฝนหรือน้ำค้างมาก ในระยะแรก เชื้อดอกกระถินจะเป็นกลุ่มก้อนขนาดเล็กสีเหลือง มีเยื่อหุ้มอยู่ระหว่างเปลือกเมล็ดข้าว ต่อมาเชื้อดอกกระถินจะมีขนาดใหญ่ขึ้น จนคลุมเมล็ดข้าวทั้งเมล็ด เมื่อเชื้อเจริญต่อไป เยื่อหุ้มจะแตกออก เชื้อจะเป็นเป็นสีส้ม สุดท้ายก้อนเชื้อดอกกระถินจะมีรอยแยกและมีสีเขียวเข้มปนเหลือง ระยะนี้เชื้อจะปลิวไปกับลม เข้าทำลายเมล็ดข้าว ต้นอื่น ๆ ต่อไปได้ การป้องกันกำจัด จัดทำโดย : สำนักงานเกษตรอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว มิถุนายน ; 2568

โรคเหี่ยวเน่าแดงในอ้อย (Red rot wilt diseases)

โรคเหี่ยวเน่าแดงในอ้อย (Red rot wilt diseases)

โรคเหี่ยวเน่าแดงในอ้อย (Red rot wilt diseases) เชื้อสาเหตุโรค : Fusarium moniliforme และ Colletotrichum falcatum การระบาด : มีการระบาดรุนแรงในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เช่น ในเขตชลประทานหรือพื้นที่นาทำให้ผลผลิตเสียหาย 30-100 เปอร์เซ็นต์ มีผลทำให้ CCS (Commercial Cane Sugar) ลดลง ลักษณะอาการ การป้องกันกำจัด ก่อนการเก็บเกี่ยวเร่งระบายน้ำแปลงที่มีน้ำขัง งดการเร่งปุ๋ยและน้ำ รีบตัดอ้อยเข้าหีบ หลังการเก็บเกี่ยว หลังการเก็บเกี่ยวรื้อแปลงทิ้งทำลายซากตอเก่า โดยการคราดออกและเผาทิ้งตากดิน ประมาณ 3 ครั้งก่อนปลูกควรแช่ท่อนพันธุ์ในสารเคมีเพื่อป้องกันกำจัดโรค จัดทำโดย : สำนักงานเกษตรอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว มิถุนายน ; 2568

ชาวนาอย่าประมาท รู้ทัน 4 โรคระบาดช่วงฤดูฝน

ชาวนาอย่าประมาท รู้ทัน 4 โรคระบาดช่วงฤดูฝน

ชาวนาอย่าประมาท รู้ทัน 4 โรคระบาดช่วงฤดูฝน โรคที่เกิดจากเชื้อรา โรคไหม้ลักษณะอาการ : ใบมีแผลจุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผล ถ้าระบาดรุนแรงต้นข้าวจะแห้งและฟุบตาย อาการคล้ายถูกไฟไหม้ หากพบในระยะออกรวง คอรวงจะเปราะและหักง่าย เมล็ดลีบ โรคใบจุดสีน้ำตาลลักษณะอาการ : พบมากในระยะแตกกอ ใบข้าวเป็นแผล ลักษณะจุดสีน้ำตาลรูปกลม ขอบนอกสุดของแผลมีสีเหลือง และเป็นรอยเปื้อนคล้ายสนิม กระจายทั่วไปบนใบข้าว โรคที่เกิดจากแบคทีเรีย โรคขอบใบแห้งลักษณะอาการ : ระยะแรกเกิดจุดเล็ก ๆ ที่ขอบใบล่าง แผลจะขยายไปตามความยาวของใบ ใบจะแห้งเร็ว บริเวณแผลพบหยดน้ำสีครีมคล้ายยางสนกลม ๆ ขนาดเล็ก โรคใบขีดโปร่งแสงลักษณะอาการ : เป็นขีดช้ำยาวไปตามเส้นใบ ใบเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือส้ม แสงทะลุผ่านได้ พบหยดน้ำสีเหลืองคล้ายยางสนเล็ก ๆ บนแผล คำแนะนำ เรียบเรียง : กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดปทุมธานี มิถุนายน ; 2568

โรคใบไหม้แผลใหญ่ในข้าวโพด

โรคใบไหม้แผลใหญ่ในข้าวโพด

โรคใบไหม้แผลใหญ่ เกิดแผลขนาดเล็กสีคล้ายฟางข้าวบนใบ ต่อมาแผลจะขยายมีขนาดใหญ่ ทำให้ใบข้าวโพดแห้ง สามารถเกิดแผลบนกาบฝัก ข้าวโพดที่เป็นโรครุนแรงทำให้ฝักไม่สมบูรณ์ ระบาดในฤดูแล้ง การป้องกันกำจัด 1.สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง2.หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวโพดพันธุ์อ่อนแอต่อโรคใบไหม้แผลใหญ่3.ปลูกข้าวโพดพันธุ์ต้านทาน4.หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวโพดหลายฤดูกาลติดต่อกัน5.เมื่อเริ่มพบข้าวโพดเริ่มแสดงอาการของโรคพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น 6.ปลูกพืชหมุนเวียน กำจัดวัชพืชอาศัย ขุดหรือถอนต้นข้าวโพดที่เป็นโรคไปเผาทำลาย เรียบเรียง : สำนักงานเกษตรอำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว มิถุนายน ; 2568

หนอนเจาะผล (Durian borer)

หนอนเจาะผล (Durian borer)

หนอนเจาะผล (Durian borer) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Conogethes punctiferalis Guenee ลักษณะการเข้าทำลายหนอนเจาะผลเป็นศัตรูทุเรียนที่สำคัญพบระบาดทั่วไปในแหล่งปลูกทุเรียนทั่วประเทศ หนอนเจาะผล จะเข้าทำลายทุเรียนตั้งแต่ผลยังเล็ก อายุประมาณ 2 เดือนไปจนถึงผลใหญ่ทำให้ผลเป็นแผล อาจเป็นผลให้ผลเน่าและร่วง เนื่องจากเชื้อราเข้าทำลายซ้ำ การที่ผลมีรอยแมลงทำลาย ทำให้ขายไม่ได้ราคา ถ้าหากหนอนเจาะกินเข้าไป จนถึงเนื้อผล ทำให้บริเวณดังกล่าวเน่าเมื่อผลสุกภายนอกทุเรียนจะสังเกตเห็นมูลและรังของหนอนได้อย่างชัดเจน และจะมีน้ำไหลเยิ้มเมื่อทุเรียนใกล้แก่ ผลทุเรียนที่อยู่ชิดติดกัน หนอนจะเข้าทำลายมากกว่าผล ที่อยู่เดี่ยว ๆ เพราะแม่ผีเสื้อชอบวางไข่ในบริเวณรอยสัมผัสนี้ การป้องกันกำจัด1.หมั่นตรวจดูตามผลทุเรียน เมื่อพบรอยทำลายของหนอน ให้ใช้ไม้หรือลวดแข็งเขี่ยตัวหนอนออกมาทำลาย2.ผลทุเรียนที่เน่าและร่วงเพราะถูกหนอนทำลายควรเก็บทำลายโดยเผาไฟหรือฝังเสีย3.ตัดแต่งผลทุเรียนที่มีจำนวนมากเกินไป โดยเฉพาะผลที่อยู่ติดกัน ควรใช้กิ่งไม้หรือกาบมะพร้าวคั่นระหว่างผล เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเต็มวัยวางไข่หรือตัวหนอนเข้าหลบอาศัย4.การห่อผลด้วยถุงมุ้งไนล่