การปรับปรุง “ดินเปรี้ยว” เพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืน
ดินเปรี้ยว (ดินกรดกำมะถัน) คือดินที่มีค่า pH ต่ำกว่า 7 โดยเฉพาะดินเปรี้ยวจัดจะมีค่า pH ต่ำกว่า 4.5 เกิดจากการสลายตัวของสารไพไรต์ (Pyrite) ในดินเมื่อสัมผัสอากาศและน้ำ ทำให้เกิดกรดกำมะถัน ส่งผลให้พืชไม่สามารถดูดซึมธาตุอาหารได้ตามปกติ และอาจเกิดความเป็นพิษจากธาตุอะลูมิเนียมและเหล็ก
ลักษณะสังเกต : หน้าแล้งดินแตกระแหงเป็นร่องลึก, พบคราบสนิมเหล็กที่ผิวน้ำ, มีต้นกกหรือกระถินทุ่งขึ้นอยู่ทั่วไป
แนวทางการปรับปรุงดินเปรี้ยว
การจัดการดินเปรี้ยว มีหลักการสำคัญคือ การควบคุมน้ำ และการใช้ปูนปรับสภาพดิน ร่วมกับการเพิ่มอินทรียวัตถุ
1.การจัดการน้ำ (หัวใจสำคัญ)
- ควบคุมระดับน้ำใต้ดิน : พยายามรักษาระดับน้ำในแปลงให้คงที่ ไม่ปล่อยให้ดินแห้งจนแตกระแหง เพื่อป้องกันไม่ให้สารไพไรต์ทำปฏิกิริยาเกิดกรดเพิ่มขึ้น
- การชะล้างกรด : ในพื้นที่ที่มีน้ำเพียงพอ ควรขังน้ำไว้ 5-10 วัน แล้วระบายน้ำที่เป็นกรดออก และปล่อยน้ำใหม่เข้าไปแทนที่ ทำซ้ำหลายครั้งเพื่อลดความเข้มข้นของกรด
2.การใช้วัสดุปรับปรุงดิน (วัสดุปูน)
- ชนิดของปูน : ใช้ปูนทางการเกษตร เช่น ปูนมาร์ล, หินปูนบด (สำหรับภาคใต้), หรือ ปูนขาว
- วิธีการใช้ : หว่านปูนให้ทั่วแปลงในอัตราที่เหมาะสม (ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของกรด) โดยทั่วไปอาจใช้ 1-4 ตันต่อไร่ แล้วไถคลุกเคล้าให้เข้ากับหน้าดิน ทิ้งไว้ในสภาพดินชื้นอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้ปูนทำปฎิกิริยา
3.การเพิ่มอินทรียวัตถุ
- ปุ๋ยอินทรีย์/ปุ๋ยพืชสด : การใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือการปลูกพืชตระกูลถั่วแล้วไถกลบ ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน เพิ่มธาตุอาหาร และลดความเป็นพิษในดินได้
4.การเลือกชนิดพืช
- เลือกปลูกพืชที่ทนทานต่อสภาพดินกรดได้ดี เช่น ข้าว อ้อย หรือพืชผักบางชนิดที่เหมาะสมกับค่า pH ของดินที่ปรับปรุงแล้ว
ข้อมูลจาก : กรมพัฒนาที่ดิน
เรียบเรียง : สำนักงานเกษตรอำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว
infographic ; 27 มีนาคม 2569

ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
