โรคไหม้ข้าว (Rice Blast)

โรคไหม้ข้าว (Rice Blast) เกิดจากเชื้อรา Pyricolaria oryzae ลักษณะอาการ : เริ่มจากจุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ บนใบ แล้วขยายเป็นรูปตาหรือกระสวยตรงกลางสีเทา ขอบสีน้ำตาล หากเป็นที่ข้อต่อใบหรือคอรวง จะทำให้รวงแห้งหัก (โรคคอรวงเน่า) ปัจจัยที่เอื้อต่อการเกิดโรค 1.สภาพอากาศที่เหมาะสม : อุณหภูมิกลางคืนเย็นประมาณ 20-25°C อากาศร้อนในตอนกลางวัน 2.การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป : 3.ความหนาแน่นของการปลูก : หว่านเมล็ดหนาแน่น > 15-20 กก./ไร่ 4.พันธุ์ข้าวที่อ่อนแอ : ขาดความต้านทานโรค แนวทางการป้องกันและกำจัด 1.การใช้พันธุ์ต้านทาน : 2.การจัดการด้านเขตกรรม : 3.การใช้ชีววิธี (Biocontrol) : 4.การใช้สารเคมี : จัดทำโดย : สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
โรคเหี่ยวในกล้วย (Banana Blood Disease)

โรคเหี่ยวในกล้วย (Banana Blood Disease) ข่าวเตือนการระบาดศัตรูพืช โรคเหี่ยวในกล้วย (Banana Blood Disease) ฉบับที่ 9 ประจำเดือนกันยายน 2569 เชื้อสาเหตุ : เชื้อแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum species complex ลักษณะอาการ การแพร่ระบาด : เชื้อสามารถแพร่กระจายได้จาก *เชื้อสามารถมีชีวิตอยู่ในดินได้นานถึง 18 เดือน การป้องกันกำจัด กำจัดต้นที่เป็นโรคกำจัดต้นที่เป็นโรคให้หมด โดยใช้สารกำจัดวัชพืช ได้แก่ ไตรโคลเพอร์ บิวทอกซี่เอทิล เอสเทอร์ ทำลายต้นที่เป็นโรคโรยด้วยปูนขาวรอบกอเพื่อจำกัดการแพร่ระบาด อบดินฆ่าเชื้อก่อนปลูกอบดินฆ่าเชื้อในหลุมก่อนปลูกด้วยยูเรีย 80 กก. ปูนขาว 800 กก. ต่อ 1,600 ตร.ม. ทิ้งไว้อย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ ใช้หน่อพันธุ์ปลอดโรคปลูกด้วยหน่อปลอดโรค จากแหล่งที่เชื่อถือได้ หรือต้นพันธุ์เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การบำรุงต้น/ใช้ชีวภัณฑ์จัดการดินและปุ๋ยให้เหมาะสมตามระยะการเจริญเติบโต และใช้ชีวภัณฑ์ Bacillus subtilis สายพันธุ์ BS-DOA 24 ทุกเดือน เพื่อป้องกันการเกิดโรค ป้องกันแมลงพาหะตัดปลีป้ายด้วยฝุ่นแดงที่รอยแผลหรือห่อเครือเพื่อป้องกันแมลงพาหะ ทำความสะอาดอุปกรณ์ทำความสะอาดอุปกรณ์ทางการเกษตรด้วย
เตือนภัย! โรคไหม้ข้าวที่ชาวนาต้องรู้

เตือนภัย! โรคไหม้ข้าวที่ชาวนาต้องรู้ สาเหตุ “เชื้อรา” (Pyricularia grisea Sacc.) ที่มา : กรมการข้าว จัดทำโดย : กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท ข้อมูล : 25/05/2569
เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง (clip video)

เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง เพลี้ยแป้งทำความเสียหายต่อมันสำปะหลัง โดยการดูดกินน้ำเลี้ยงตามส่วนต่าง ๆ ของพืช จากนั้นจะขับถ่าย มูลหวาน ซึ่งเป็นที่อาศัยและเป็นอาหารของราดำ เมื่อราดำเจริญเติบโต ทำให้การสังเคราะห์แสงของมันสำปะหลังเกิดขึ้นได้ไม่เต็มที่ ต้นที่ยังอ่อนอยู่ ยอดที่ถูกทำลายจะงอหงิกเป็นพุ่ม ลำต้นจะบิดเบี้ยวมีช่วงข้อถี่ ทำให้มีผลต่อคุณภาพท่อนพันธุ์ หัวมีขนาดเล็ก เปอร์เซ็นต์แป้งต่ำ หากการระบาดรุนแรงยอดจะแห้งตาย ข้อมูล : กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร จัดทำโดย : กลุ่มพัฒนาสื่อส่งเสริมการเกษตร สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตร
เพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง

แผ่นพับที่ 4/2568 เพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง ชื่อสามัญ : Mealybugsชื่อวิทยาศาสตร์ : Hemipteraชื่อวงศ์ : Pseudococcidae เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังเป็นแมลงปากดูด ลำตัวมีขนาดเล็กอ่อนนุ่ม มีไขแป้งปกคลุมลำตัว มีเส้นแป้งอยู่รอบลำตัวที่พบระบาดในมันสำปะหลัง ปัจจุบันพบแล้วอย่างน้อย 4 ชนิด ได้แก่ 1.เพลี้ยแป้งลาย (Striped mealybug)ชื่อวิทยาศาสตร์ Ferrisia virgataลักษณะที่สำคัญที่มองเห็นได้ชัดเจน คือ ตัวเต็มวัย เพศเมียค่อนข้างยาวรี มีเส้นแป้งยาว 1 คุ่ทางส่วนท้าย หากแป้งด้านหลังหลุดออกจะมองเห็นจุดสีเข้ม 2 แถบทางด้านหลัง 2.เพลี้ยแป้งสีเทา หรือเพลี้ยแป้งแจ็คเบียส (Jackbeard)ชื่อวิทยาศาสตร์ Pseudococcus jackbeardsleyiคล้ายกับชนิดแรกต่างกันที่ด้านข้างมีเส้นแป้งจำนวนมากรอบลำตัว 3.เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีเขียว (Green mealybug)ชื่อวิทยาศาสตร์ Phenacoccus madeirensisตัวเต็มวัยเพศเมียคล้ายรูปไข่มีสีเขียวอ่อน มีเส้นแป้งด้านข้างสั้นและด้านหลังมีแป้งปกคลุมน้อย 4.เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู (Pinkish mealybug)ชื่อวิทยาศาสตร์ Phenacoccus manihotiตัวเต็มวัยเพศเมียคล้ายรูปไข่มีสีชมพู มีเส้นแป้งด้านข้างสั้นและด้านหลังมีแป้ง
ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
