แผ่นพับ 8/2568 หนอนกระทู้หอม
ชื่อสามัญ Beet armyworm
ชื่อวิทยาศาสตร์ Spodoptera exigua (Hübner)
ชื่อวงศ์ Noctuidae
หนอนกระทู้หอมเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญในการสร้างความเสียหายกับพืชผัก และไม้ดอกหลายชนิด พบการระบาดได้ตามแหล่งปลูกทั่วประเทศ หนอนกระทู้หอมมีความต้านทานต่อสารเคมีกำจัดแมลงได้หลายชนิด และชอบหลบซ่อนตัวส่งผลให้การป้องกันกำจัดเป็นไปได้ยาก และการระบาดจะรุนแรงมากในช่วงฤดูร้อน
พืชอาหาร
ผักตระกูลกะหล่ำทุกชนิด เช่น ผักคะน้า กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักกาดขาวปลี ผักกาด เขียวปลีผักกาดหัว เป็นต้น นอกจากนี้ยังทำลายพืชผักชนิดอื่น ๆ ได้แก่ หอมแดง หอมหัวใหญ่ หน่อไม้ฝรั่ง กระเจี๊ยบเขียว พริก องุ่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง กุหลาบ ดาวเรือง และกล้วยไม้ เป็นต้น
รูปร่างลักษณะ
ตัวเต็มวัยเพศเมียจะวางไข่ในตอนหัวค่ำใต้ใบพืชเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ไข่ปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลอ่อนหรือสีขาว จำนวนไข่ 20-80 ฟองขึ้นไป เมื่อไข่ฟักเป็นหนอนระยะแรก มักอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม แทะกินผิวใบด้านล่าง และอยู่รวมกัน จะแยกกันอยู่เพราะตัวโตขึ้น หนอนมีผิวเรียบมัน มีแถบสีขาวข้างลำตัวยาวจากส่วนอกถึงส่วนปลายสุดของลำตัวทั้งสองข้าง และมีหลายสีขึ้นอยู่กับพืชอาหาร โดยตัวเต็มวัยจะอาศัยอยู่ตามใต้ใบผัก
ทั้งนี้ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดกลาง สีน้ำตาลแก่ปนเทา ลักษณะเด่น คือ มีจุดสีน้ำตาลอ่อน 2 จุดตรงกลางปีกคู่หน้า
ลักษณะการทำลาย
เมื่อหนอนฟักออกจากไข่จะกัดกินผิวใบบริเวณส่วนต่าง ๆ ของพืชเป็นกลุ่ม และในหนอนระยะที่ 3 จะแยกย้ายกัดกินทุกส่วนของพืช หากปริมาณหนอนมาก ความเสียหายจะยิ่งรุนแรง ผลผลิตเสียหายและคุณภาพไม่เป็นที่ต้องการของตลาด
วิธีการป้องกันกำจัด
1.การเขตกรรม
1.1 ไถพรวนดิน ตากดินไไว้อย่างน้อย 7-14 วัน ก่อนปลูกพืชฤดูกาลถัดไป และเก็บเศษซากพืชอาหารเพื่อฆ่าดักแด้ และลดแหล่งอาหารในการขยายพันธุ์
1.2 ใช้โรงเรือนตาข่ายไนล่อน ขนาด 16 mesh หรือปลูกผักกางมุ้ง
2.การใช้วิธีกล
- เก็บกลุ่มไข่และหนอนทำลายจะสามารถลดการระบาดของหนอนกระทู้หอมได้
- ติดกับดักกาวเหนียวสีเหลืองอัตรา 80 กับดักต่อไร่ ระดับ 30 เซนติเมตรจากระดับยอด หรือ 60 เซนติเมตร จากระดับดิน เพื่อดักจับตัวเต็มวัย
3.การใช้ชีววิธี
3.1 ระยะหนอนวัยที่ 1-2 ใช้เชื้อราบิวเวอเรียฉีดพ่น ในอัตรา 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 80 ลิตร ฉีดพ่นทุก 15 วัน ในช่วงเย็น ผสมสารจับใบและฉีดพ่นให้สัมผัสตัวหนอนมากที่สุด หรือในระยะดักแด้ใช้เชื้อราเมตาไรเซียมฉีดพ่นหรือใส่ทางดิน ในอัตรา 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 80 ลิตร
3.2 ใช้เชื้อบีที Bacillus thuringiensis var aizawai หรือ Bacillus thuringiensis var kurstakii ในอัตรา 200 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นเมื่อพบกลุ่มไข่เฉลี่ย 0.5 กลุ่มต่อ 1 ตารางเมตร โดยการสุ่มนับ แบบทแยงมุม 25 จุดต่อไร่ พ่นจนกว่าการทำลายจะลดลงต่ำกว่า 10%
3.3 ใช้ไวรัสเอ็นพีวีสำหรับหนอนกระทู้หอม ในอัตรา 20-30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 7-10 วัน กรณีระบาดรุนแรงควรพ่น ติดต่อกัน 2 ครั้ง ทุก 4 วัน
3.4 ใช้ไส้เดือนฝอย (Steinernema carpocapsae) ในอัตรา 50 ล้านตัวต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 15 วัน
3.5 แมลงศัตรูธรรมชาติ เช่น มวนพิฆาต มวนเพชฌฆาต อัตราปล่อย 200 ตัวต่อไร่
4.การใช้สารเคมี
เมื่อพบกลุ่มไข่เฉลี่ย 0.5 กลุ่มต่อ 1 ตารางเมตร โดยการสุ่มนับ แบบทแยงมุม 25 จุดต่อไร่ พ่นจนกว่าการทำลายจะลดต่ำลงกว่า 10% เลือกใช้สารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่ง ต่อน้ำ 20 ลิตร ดังนี้
- tolfenpyrad 16% EC อัตรา 30 มิลลิลิตร
- chlorfenapyr 10% SC อัตรา 40 มิลลิลิตร
- flubendiamide 20% WG อัตรา 6 กรัม
- Chlorantraniliprole 5.17% SC อัตรา 20 มิลลิลิตร
- indoxacarb 15% EC อัตรา 30 มิลลิลิตร
ข้อมูล : กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตร
เรียบเรียง : กลุ่มส่งเสริมการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร
บรรณาธิการ&ออกแบบ : กลุ่มพัฒนาสื่อส่งเสริมการเกษตร สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี


ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
