เพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง

แผ่นพับที่ 4/2568 เพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง ชื่อสามัญ : Mealybugsชื่อวิทยาศาสตร์ : Hemipteraชื่อวงศ์ : Pseudococcidae เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังเป็นแมลงปากดูด ลำตัวมีขนาดเล็กอ่อนนุ่ม มีไขแป้งปกคลุมลำตัว มีเส้นแป้งอยู่รอบลำตัวที่พบระบาดในมันสำปะหลัง ปัจจุบันพบแล้วอย่างน้อย 4 ชนิด ได้แก่ 1.เพลี้ยแป้งลาย (Striped mealybug)ชื่อวิทยาศาสตร์ Ferrisia virgataลักษณะที่สำคัญที่มองเห็นได้ชัดเจน คือ ตัวเต็มวัย เพศเมียค่อนข้างยาวรี มีเส้นแป้งยาว 1 คุ่ทางส่วนท้าย หากแป้งด้านหลังหลุดออกจะมองเห็นจุดสีเข้ม 2 แถบทางด้านหลัง 2.เพลี้ยแป้งสีเทา หรือเพลี้ยแป้งแจ็คเบียส (Jackbeard)ชื่อวิทยาศาสตร์ Pseudococcus jackbeardsleyiคล้ายกับชนิดแรกต่างกันที่ด้านข้างมีเส้นแป้งจำนวนมากรอบลำตัว 3.เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีเขียว (Green mealybug)ชื่อวิทยาศาสตร์ Phenacoccus madeirensisตัวเต็มวัยเพศเมียคล้ายรูปไข่มีสีเขียวอ่อน มีเส้นแป้งด้านข้างสั้นและด้านหลังมีแป้งปกคลุมน้อย 4.เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู (Pinkish mealybug)ชื่อวิทยาศาสตร์ Phenacoccus manihotiตัวเต็มวัยเพศเมียคล้ายรูปไข่มีสีชมพู มีเส้นแป้งด้านข้างสั้นและด้านหลังมีแป้ง
หนอนหัวดำมะพร้าว

หนอนหัวดำมะพร้าว ชื่อวิทยาศาสตร์ : Opisina arenosella Walkerชื่อสามัญ : coconut black-headed caterpillarชื่อวงศ์ : (Lepidoptera : Oecophoridae) หนอนหัวดำมะพร้าว เป็นแมลงศัตรูพืชที่เข้าทำลายต้นมะพร้าวทั้งก้าน ทางใบ จั่นมะพร้าวและอาจทำให้มะพร้าวตายได้ เกษตรกรควรเฝ้าระวังการระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าวเป็นพิเศษในช่วงฤดูร้อน (กุมภาพันธ์-พฤษภาคม) เนื่องจากมีสภาพอากาศร้อน มีแดดจัด เหมาะสมต่อการแพร่ระบาด รูปร่างลักษณะตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน ขนาดลำตัววัดจากหัวถึงปลายท้องยาวประมาณ 1-1.2 เซนติเมตร ลำตัวแบนระยะตัวหนอนที่ฟักใหม่ ๆ จะมีหัวสีดำ ลำตัวสีเหลือง สีของส่วนหัวจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มเมื่ออายุมากขึ้น ตัวหนอนมีสีน้ำตาลอ่อนและมีลายสีน้ำตาลเข้มพาดยาวตามลำตัว เมื่อโตเต็มที่จะมีลำตัวยาว 2-2.5 เซนติเมตร พืชอาหารพืชอาหารของหนอนหัวดำมะพร้าว ได้แก่ มะพร้าว ตาลโตนด อินทผลัม หมาก ปาล์มน้ำมัน ปาล์มประดับต่าง ๆ เช่น หมากแดง หมากเขียว ปาล์มหางกระรอก ตาลฟ้า เป็นต้น ลักษณะการเข้าทำลายหนอนหัวดำมะพร้าวระยะตัวหนอน เข้าทำลายใบมะพร้าว โดยแทะกินผิวใบบริเวณใต้ทางใบจากนั้นจะถักใยโดยใช้มูลที่ถ่ายออกมาผสมกั
หนอนกระทู้ผัก

หนอนกระทู้ผัก ชื่อสามัญ: Common cutwormชื่อวิทยาศาสตร์: Spodoptera litura (Fabricius)ชื่อวงศ์: Noctuidae หนอนกระทู้ผักเป็นแมลงที่สำคัญที่พบเข้าทำลายพืชผักตระกูลกะหล่ำ (เช่น คะน้า กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บรอกโคลี กวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักกาดหอม) โดยหนอนระยะแรกเข้าทำลายเป็นกลุ่ม กัดกินผิวใบจนบางใส หนอนจะเริ่มแยกย้ายเมื่อเข้าสู่วัย 2-3 ระยะต่อมาจะทำลายรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากหนอนมีขนาดใหญ่สามารถกัดกินใบ ก้าน หรือเข้าทำลายในหัวกะหล่ำ ทำความเสียหายและยากแก่การป้องกัน ซึ่งการเข้าทำลายมักเกิดเป็นหย่อม ๆ ตามจุดที่ตัวเต็มวัยเพศเมียวางไข่และมักแพร่ระบาดได้รวดเร็วตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน พืชอาหาร รูปร่างลักษณะ ลักษณะการทำลาย วิธีการป้องกันกำจัด 1.การเขตกรรม 1.1 ไถพรวนดิน ตากดินไว้อย่างน้อย 7 – 14 วัน ก่อนปลูกพืชฤดูกาลถัดไป และเก็บเศษซากพืชอาหารเพื่อฆ่าดักแด้ และลดแหล่งอาหารในการขยายพันธุ์ของหนอนกระทู้ผัก 1.2 ใช้โรงเรือนตาข่ายไนล่อน ขนาด 16 mesh หรือปลูกผักกางมุ้ง 2.การใช้วิธีกลเก็บกลุ่มไข่และหนอนทำลายจะสามารถลดการระบาดของหนอนกระทู้ผักได้ 3.การใช้ชีววิธี 3.1ระยะตัวอ่อนใช้เชื้อราบิวเวอเรียฉีดพ
แมลงหวี่ขาวยาสูบ

แผ่นพับที่ 5/2568 แมลงหวี่ขาวยาสูบ ชื่อสามัญ : Tobacco whiteflyชื่อวิทยาศาสตร์ : Bemisia tabaci (Gennadius)ชื่อวงศ์ : Aleyrodidae แมลงหวี่ขาวยาสูบ เป็นแมลงศัตรูพืชที่มีความสำคัญพบแพร่ระบาดอย่างกว้างขวางทั่วทุกภาคของประเทศไทย สร้างความเสียหายโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบพืชและยังเป็นพาหะของเชื้อไวรัสสาเหตุของโรคใบด่างมาสู่พืช แมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นแมลงศัตรูพืชที่มีพืชอาหารมากชนิดหนึ่ง พบว่ามีพืชอาหารมากกว่า 150 ชนิด อยู่ใน 63 วงศ์ เช่น พืชวงศ์ถั่ว พืชวงศ์แตง พืชวงศ์ Solanaceae เช่น มะเขือ พริก ยาสูบ โดยมีการระบาดเกือบทั่วทุกมุมของโลก รูปร่างลักษณะแมลงหวี่ขาวยาสูบวางไข่เป็นกลุ่มใต้ใบพืช ก้านไข่จะติดกับเนื้อเยื่อของพืช รูปร่างยาวรีสีเหลืองอ่อน ไข่มีขนาด 0.1-0.3 มิลลิเมตร ตัวอ่อนมีลักษณะแบนราบติดกับผิวใบ มีสีเหลืองอมเขียวใส สามารถมองเห็นส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ภายในได้ ตัวอ่อนจะเคลื่อนที่ไปบริเวณที่เป็นแหล่งอาหาร โดยใช้ปากที่มีลักษณะคล้ายเข็มแทงเข้าไปในใบพืช เพื่อดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืช ระยะตัวอ่อนมี 4 วัย และลอกคราบ 4 ครั้ง ตัวอ่อนวัย 4 จะลอกคราบออกตรงรอยแตกที่ส่วนอก เข้าสู่ระยะตัวเต็มวัย เพศเมียวางไ
จักจั่นในอ้อยและการป้องกันกำจัด

แผ่นพับที่ 1/2567 จักจั่นในอ้อยและการป้องกันกำจัด จักจั่นอ้อย พบการระบาดส่วนมากในพื้นที่ปลูกอ้อยไร่ ในจังหวัดสุพรรณบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สระบุรี และลพบุรี แม้ระบาดในพื้นที่จำกัด แต่สามารถสร้างความเสียหายกับต้นอ้อยและผลผลิตอย่างสิ้นเชิง เรียบเรียง : กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย ดาวน์โหลดไฟล์ PDF.
ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
