Black Ribbon Top Right ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร

10

เรื่องล่าสุด

สมุดทะเบียนเกษตรกรและหนังสือรับรอง เกษตรกรที่แจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร จะต้องผ่านการตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ พร้อมทั้งยืนยันผลการตรวจสอบ แล้วจึงจะถือว่าเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรโดยสมบูรณ์ ถึงจะสามารถนำข้อมูลไปใช้เข้าร่วมโครงการหรือมาตรการต่าง ๆ หรือจัดพิมพ์สมุดทะเบียนเกษตรกรหรือพิมพ์เอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ใบรายงานผลการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร และหนังสือรับรองเกษตรกรได้ สมุดทะเบียนเกษตรกรสมุดทะเบียนเกษตรกร คือ เอกสารที่ใช้แสดงสถานภาพการเป็นเกษตรกร ออกให้ภายหลังจากที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรเรียบร้อยแล้ว โดยจะระบุข้อมูลพื้นฐานกิจกรรมการเกษตร เกษตรกรสามารถนำไปใช้ในการยืนยันความเป็นเกษตรกรได้ 1.ใบรายงานผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรใบรายงานผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกร เป็นเอกสารแสดงข้อมูลของเกษตรกรตามที่ได้ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรไว้ 2. หนังสือรับรองเกษตรกรหนังสือรับรองเกษตรกร

การกรอกข้อมูลในแบบคำร้องทะเบียนเกษตรกร ความสำคัญของการกรอกข้อมูล ข้อมูลที่กรอก1. ข้อมูลพื้นฐาน 2. ข้อมูลเครื่องจักรกลการเกษตร 3. ข้อมูลกิจกรรมการเกษตร ประโยชน์ของการขึ้นทะเบียน เรียบเรียง : สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 4 จังหวัดขอนแก่น ข้อมูล : 15/6/2569

ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร 1. การแจ้งขึ้นทะเบียนเกษตรกร แจ้งข้อมูลผ่านช่องทาง 2. การตรวจสอบข้อมูล ตรวจสอบเอกสารตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการขึ้นทะเบียน เช่น หลักฐานแสดงสิทธิการถือครองที่ดิน ตรวจสอบความถูกต้อง ตรวจสอบด้วยระบบโปรแกรมตรวจสอบความซ้ำซ้อนของเอกสารสิทธิ์ที่มาขอขึ้นทะเบียน ตรวจสอบข้อมูลแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมตามทะเบียนเกษตรกร ตรวจสอบทางสังคมติดประกาศข้อมูล 3 วัน หรือจัดประชาคมให้เกษตรกรภายในหมู่บ้านชุมชนนั้นตรวจสอบ โดยต้องดำเนินการทุกชนิดพืชทั้งแปลงเดิมและแปลงใหม่ ตรวจสอบพื้นที่จริงใช้เครื่อง GPS ออกสำรวจรอบแปลงพื้นที่จริงเพื่อวัดและจับพิกัดแปลง หรือตรวจสอบโดยภาพถ่ายแปลงปลูกร่วมกับผู้นำชุมชน/อกม. *หากเจ้าหน้าที่ไม่ลงชื่อยืนยันถือว่าไม่ผ่านการตรวจสอบ

สิทธิประโยชน์ของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ควรรู้ 1.ผู้ขอขึ้นทะเบียนต้องเป็น “ผู้ประกอบการเกษตร”ทำการเกษตร จะเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพรองก็ได้ เช่น ทำนา ปลูกพืช ทำสวน เลี้ยงสัตว์ หรือเพาะเลี้ยงต่าง ๆ 2. 1 ครัวเรือน ขึ้นทะเบียนได้ 1 คนให้ตัวแทนครัวเรือนเป็นผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนเพื่อป้องกันการลงทะเบียนซ้ำซ้อน (ตัวแทนครัวเรือน 1 คน) 3.ต้องมีพื้นที่ทำการเกษตรจริง

เรียนฟรี สถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร เปิดโครงการโรงเรียนเกษตรทางไกล หลักสูตร “เกษตรกร 101”  ให้กับเกษตรกรและประชาชนที่สนใจสมัครเรียน หลักสูตรดังกล่าวเป็นหลักสูตรที่ต้องการเสริมสร้างความเข้าใจด้านการเกษตรเบื้องต้นให้กับเกษตรกรและประชาชนที่สนใจ สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในการทำการเกษตรได้อย่างถูกต้อง รายละเอียดการรับสมัครในคอมเมนต์ เรียนรู้ผ่านช่องทาง  เกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการโรงเรียนเกษตรทางไกล หลักสูตร “เกษตรกร 101” สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 5-25 มิถุนายน 2569 ผ่านเว็บไซต์ www.am1386.com ในเมนูโรงเรียนเกษตรทางไกล หรือสแกน QR CODE เพื่อสมัครเรียน

ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมประกวดสวนกล้วยไม้ ภายใต้แนวคิด “สวนกล้วยไม้เลียนแบบธรรมชาติ : มนต์เสน่ห์ในจินตนาการแห่งภาคอีสาน” ในงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 (International Horticultural Expo 2026) ชิงเงินรางวัล โล่รางวัล และถ้วยรางวัล • เปิดรับสมัคร วันนี้ – 1 พฤศจิกายน 2569•

วารสารส่งเสริมการเกษตร ปีที่ 59 ฉบับที่ 327 (มีนาคม – เมษายน 2569) “จัดการพื้นที่ พลิกศักยภาพ สร้างรายได้ยั่งยืน” สารบัญ/CONTENTS หน้า 2 Agri-Spotlightจัดการพื้นที่ พลิกศักยภาพการผลิตยกระดับรายได้เกษตรกร หน้า 7 Agri-Insightวัสดุปรับปรุงดินกุญแจสำคัญปลุกพลังให้ผืนดิน หน้า 11

วารสารส่งเสริมการเกษตร ปีที่ 59 ฉบับที่ 326 (มกราคม – กุมภาพันธ์ 2569)“ทรัพยากรหมุนเวียน ขับเคลื่อนเกษตรยั่งยืน จัดการทรัพยากรเกษตรอย่างยั่งยืน” สารบัญ/CONTENTS หน้า 2 Agri-Spotlightสร้างคุณค่าจากวัสดุเหลือใช้ จัดการทรัพยากรเกษตรอย่างยั่งยืน หน้า 7 Agri-Insightรู้ดิน รู้ปุ๋ย จัดการศัตรูพืชด้วยหลัก 3

วารสารส่งเสริมการเกษตร ปีที่ 59 ฉบับที่ 325 (พฤศจิกายน – ธันวาคม 2568)“เข้าใจน้ำ จัดการเป็น สร้างความมั่นคงของน้ำภาคการเกษตร” สารบัญ/CONTENTS หน้า 2 Agri-Spotlightเข้าใจน้ำ จัดการเป็น สร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต หน้า 7 Agri-Insightปุ๋ยถึงราก น้ำถึงจุด ยกระดับการให้ปุ๋ยในระบบน้ำอย่างแม่นยำ

วารสารส่งเสริมการเกษตร ปีที่ 58 ฉบับที่ 324 (กันยายน – ตุลาคม 2568)“การผลิตผักเชิงการค้า” แนวทางการปรับตัวของเกษตรกรท่ามกลางสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง สารบัญ/CONTENTS หน้า 1 Key Message หน้า 2 Did You Know?“พืชผัก” จากฐานรากความมั่นคงทางอาหาร สู่ศักยภาพในตลาดโลก

เพลี้ยไฟในทุเรียน

เพลี้ยไฟในทุเรียน

เพลี้ยไฟในทุเรียน เพลี้ยไฟ เป็นแมลงที่มีขนาดเล็กมาก ลำตัวยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ตัวอ่อนมีสีเหลือง ตัวเต็มวัยมีสีน้ำตาลปนเหลือง เคลื่อนไหวรวดเร็ว ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยทําลายทุเรียนในระยะใบอ่อน เพลี้ยไฟจะดูดกินน้ำเลี้ยง ซึ่งจะเห็นอยู่ตามเส้นกลางใบ เส้นกลางใบจะเป็นสีน้ำตาล ทําให้ใบหงิก ถ้ารุนแรงอาจทําให้ใบอ่อนร่วงได้ คำแนะนำในการป้องกันกำจัด ดังนี้ ภาพจาก : กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid031gQbHJDzarMq4yivb7FAAKpeX8ioBHVLqCaJhbCHBY57rrRAJK3XbFvBuY2bTkspl&id=100013463325204

เพลี้ยไฟเข้าทำลายผักสลัด

เพลี้ยไฟเข้าทำลายผักสลัด

เพลี้ยไฟเข้าทำลายผักสลัด คำแนะนำในการป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ ดังนี้ 1. เมื่อมีการระบาดของเพลี้ยไฟอย่างรุนแรงให้ใช้สารสกัดใบยาสูบ ฉีดพ่นทุก 2-3 วัน และเมื่อประชากรเพลี้ยไฟจะลดลงแล้วสามารถฉีดพ่นสารสกัดใบยาสูบทุก 7-10 วัน โดยสลับกับการฉีดพ่นไวต์ออยล์ หรือปิโตรเลียมออยล์ 5-7 วัน/ครั้ง 2. และเมื่อประชากรเพลี้ยไฟลดลง ให้ใช้สารสกัดสะเดาหรือน้ำส้มควันไม้ อัตราส่วน 15-20 ชีซี/น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น 1 ครั้ง/สัปดาห์ 3. ใช้สารชีวภัณฑ์ ได้แก่ เชื้อราเมตาไรเชียม หรือเชื้อราบิวเวอเรีย ฉีดพ่น 1 ครั้ง/สัปดาห์ 4. ใช้กับดักกาวเหนียวติดตั้งรอบบริเวณแปลง 5. กำจัดวัชพืชรอบแปลงซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของเพลี้ยไฟ ภาพจาก : กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02kNRKhQUW1gWrqmJtMGGF5WeyQRMQASabiiHdQ6t8zbzzRJYBg6998RECn25a2MWYl&id=100013463325204

เพลี้ยไฟในข้าวโพดหวานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

เพลี้ยไฟในข้าวโพดหวานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

เพลี้ยไฟในข้าวโพดหวานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภาพจาก : กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0rNFmQ8CrJPWdGZGGoX6Y4JAcu2arA3mnQxBPpxdkvGf3foH6JQkhMU9H2ztVZ4JSl&id=100013463325204

โรคใบจุดขอบใบไหม้ในทุเรียน

โรคใบจุดขอบใบไหม้ในทุเรียน

โรคใบจุดขอบใบไหม้ในทุเรียน เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา Phomopsis sp. โดยเชื้อจะเข้าทำลายที่ปลายใบและขอบใบไม้ จุดที่เกิดโรคจะมีเนื้อใบไม้ที่แห้งเป็นสีน้ำตาลแดงก่อนและต่อมาเปลี่ยนเป็นสี ขาวอมเทา และเมื่อเชื้อเจริญเติบโตจะทำความเสียหายกับใบทุเรียน โรคใบไหม้ แพร่ระบาดไปโดย ลม ฝน และ เนื้อเยื่อใบที่แห้ง สาเหตุโรค อาการโรคใบจุด ขอบใบไหม้ ส่วนมากเชื้อจะเข้าทำลายที่บริเวณปลายใบไม้และขอบใบไม้ก่อน เกิดอาการปลายใบแห้ง และ ขอบใบแห้ง ที่จุดเชื้อสาเหตุเข้าทำลาย เนื้อใบส่วนนั้นจะแห้งเป็นสีน้ำตาลแดงในระยะแรก และต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีขาวอมเทา และเชื้อจะเจริญพัฒนาทำความเสียหายกับใบทุเรียน ขยายขนาดของพื้นที่เนื้อใบแห้งออกไปเรื่อยๆ เนื้อใบส่วนที่แห้งสีขาวอมเทามีการสร้างส่วนขยายพันธุ์เป็นเม็ดสีดำกระจัดกระจายเต็มพื้นที่ การแพร่ระบาดของโรค ส่วนขยายพันธุ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาจะแพร่ระบาดไปโดยลม และ ฝน และ จากเนื้อเยื่อใบที่แห้งและหล่นตกค้างอยู่มี่ใต้โคนต้น เชื้อสามารถเข้าทำลายได้ทั้งใบอ่อนและใบแก่ แนวทางการจัดการโรคใบจุด ขอบใบไหม้ เมื่อพบการระบาดของโรค ควรตัดแต่งกิ่งที่ป็นโรค เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุในแปลงปลูก แล้วพ่น

โรคในแปลงกล้วยตานี

โรคในแปลงกล้วยตานี

โรคในแปลงกล้วยตานี ใบล่างของกล้วยมีอาการจุดสีดำประปราย และเริ่มลุกลามทำให้ใบเหลืองแห้ง แต่ยังไม่พบยืนต้นตาย เมื่อตัดลำต้นกล้วยไม่พบแผลหรือรอยช้ำ ไม่พบรอยเจาะของด้วงงวงเจาะลำต้นกล้วย จึงสันนิษฐานว่ากล้วยเป็นโรคใบจุด แนะนำให้หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบใบกล้วยมีอาการของโรคให้รีบตัดใบที่เป็นโรคนำออกไปทำลายนอกแปลงปลูก และตัดแต่งใบกล้วยในแต่ละต้นหรือแต่ละกอ ไม่ให้แน่นเกินไป เพื่อลดความชื้นในกอกล้วยที่จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหรือสะสมของเชื้อรา จากนั้นให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช ไดฟีโนโคนาโซล 25% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แมนโคเซบ 80% ดับเบิลยูพี อัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วต้นที่เป็นโรค และหากเกษตรกรต้องการปลูกกล้วยในพื้นที่ใหม่ ควรหลีกเลี่ยงการปลูกในพื้นที่ที่เคยมีการระบาด ของโรคนี้มาก่อน และไม่นำหน่อพันธุ์จากต้นตอที่เป็นโรคไปปลูก ให้เลือกใช้หน่อกล้วยที่มีคุณภาพดี จากแหล่งปลอดโรคและควรทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรที่ใช้กับต้นที่เป็นโรคก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ ภาพจาก : กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย https://www.facebook.com/photo/?fbid=17387898565797