สิทธิประโยชน์ของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ควรรู้
1.ผู้ขอขึ้นทะเบียนต้องเป็น “ผู้ประกอบการเกษตร”
ทำการเกษตร จะเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพรองก็ได้ เช่น ทำนา ปลูกพืช ทำสวน เลี้ยงสัตว์ หรือเพาะเลี้ยงต่าง ๆ
2. 1 ครัวเรือน ขึ้นทะเบียนได้ 1 คน
ให้ตัวแทนครัวเรือนเป็นผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนเพื่อป้องกันการลงทะเบียนซ้ำซ้อน (ตัวแทนครัวเรือน 1 คน)
3.ต้องมีพื้นที่ทำการเกษตรจริง มีที่ดินทำกิน หรือเพาะปลูก/เลี้ยงสัตว์
*หากไม่ใช่พื้นที่ของตนเอง ต้องมีเอกสารรับรอง หรือหนังสือยินยอมจากเจ้าของพื้นที่
4.ต้องแจ้งข้อมูลให้ตรงกับความเป็นจริง เช่น
- ชนิดพืชที่ปลูก
- จำนวนพื้นที่
- วันเพาะปลูก
- สถานที่เพาะปลูก
*หากให้ข้อมูลเท็จ อาจถูกเพิกถอนสิทธิ์หรือมีความผิดได้
5.ระยะเวลาแจ้งขึ้นทะเบียน (ตามกลุ่มพืช)
- พืชทั่วไป แจ้งหลังปลูกแล้ว 15-60 วัน
- ไม้ผล/ไม้ยืนต้น แจ้งหลังปลูกแล้ว 30-60 วัน
6.กรณีพื้นที่ “น้อยกว่า” กำหนด
สามารถขึ้นทะเบียนได้ หากคาดว่ามีรายได้จากการเกษตร มากกว่า 8,000 บาท/ปี
ประโยชน์ของการขึ้นทะเบียนเกษตรกร
- ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมมาตรการ/โครงการภาครัฐ
- สามารถรับความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากภาครัฐได้สะดวกรวดเร็ว
- ใช้ยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมและการรับบริการต่าง ๆ
- เป็นฐานข้อมูลเพื่อการวางแผนและพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ
เอกสารที่ใช้ในการขึ้นทะเบียน (โดยทั่วไป)
- บัตรประชาชน
- ทะเบียนบ้าน
- เอกสารสิทธิ์ที่ดิน เอกสารรับรองการใช้พื้นที่ เช่น โฉนด, น.ส.3, สปก.4, หนังสือยินยอม
- แบบคำร้องขึ้นทะเบียน (ทบก.01)
เรียบเรียง : สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 4 จังหวัดขอนแก่น
ข้อมูล : 14/6/2569

ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
