Black Ribbon Top Right ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร

10

เรื่องล่าสุด

การใช้ปุ๋ยทางใบเพื่อแก้ปัญหาการขาดธาตุอาหารพืช การใช้ปุ๋ยทางใบเพื่อแก้ปัญหาการขาดธาตุอาหารพืช ทางลัดในการเสริมธาตุอาหารให้พืช ใช้ได้ทันที เห็นผลรวดเร็ว การใช้ปุ๋ยทางใบ คือ การให้ปุ๋ยในรูปของสารละลายแก่พืช เป็นแนวทางการจัดการธาตุอาหารพืช เพื่อเสริมการให้ปุ๋ยทางดินหรือแก้ปัญหาการขาดธาตุอาหารของพืชได้อย่างทันท่วงที พืชดูดใช้ได้ทันที แต่ต้องระมัดระวังอัตราการใช้ หากสารละลายปุ๋ยเข้มข้นเกินไป จะทำให้พืชใบไหม้ จึงต้องคำนึงถึงอัตราส่วนของปุ๋ยที่เหมาะสมในการฉีดพ่น ประโยชน์ของการใช้ปุ๋ยทางใบ การใช้ปุ๋ยทางใบสำหรับไม้ผลนอกจากจะแก้ปัญหาขาดธาตุอาหารในพืชแล้ว ยังสามารถใช้เพื่อเตรียมความพร้อมของต้นหรือชักนำให้ต้นพืชออกดอก และส่งเสริมการติดผลของพืช ตัวอย่างไม้ผลที่สามารถใช้ปุ๋ยทางใบ ได้แก่ ทุเรียน

เกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช 2569 หลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ ข้อมูล : สิงหาคม 2569

แคลเซียมโบรอน คืออะไร? ประโยชน์หลักของแคลเซียมโบรอน อาการขาดแคลเซียม-โบรอน ข้อแนะนำการใช้ จัดทำโดย : สำนักงานเกษตรอำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ข้อมูล : 18/8/2569

เวทีเสริมสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ Smart Farmer & Young Smart Farmer ปี พ.ศ. 2569 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท

ความแตกต่างของหนอนเจาะเมล็ดและผลทุเรียน การป้องกันกำจัดอย่างมีประสิทธิภาพ เรียบเรียง : สำนักงานเกษตรอำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ที่มา : กลุ่มงานวิจัยการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ข้อมูล : 15/8/2569

องค์ความรู้เรื่องข้าว “การเตรียมดิน” การปลูกข้าวไม่ว่าจะด้วยวิธีหว่านหรือปักดำ การเตรียมพื้นที่ปลูก เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การปลูกข้าวประสบความสำเร็จ การเตรียมดินที่ดีจะต้องมีการไถดะ ไถแปรพื้นที่ เพื่อกำจัดวัชพืช ต้องมีการปรับพื้นที่ให้เรียบ สม่ำเสมอ ไม่มีแอ่งน้ำ หรือส่วนที่เป็นโคก ที่ดอน สามารถควบคุมการให้น้ำได้ แม้ว่าการเตรียมพื้นที่อย่างพิถีพิถัน ในปีแรกจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายมากก็ตาม 1.การไถดะทำการไถหลังจากเกี่ยวข้าวแล้ว จากนั้นปล่อยน้ำเข้านา พอให้ดินชุ่มน้ำทิ้งไว้ประมาณ 5-10 วัน ทั้งนี้เพื่อให้เมล็ดวัชพืชที่ร่วงลงในดินได้งอกเป็นต้นอ่อน

จำแนกร่องรอยความเสียหายจากแมลงศัตรูพืช 1.ใบเป็นรู ใบแหว่ง : เหลือแต่เส้นใบแมลงกลุ่มกัดกินใบ กลุ่มด้วงปีกแข็ง ตั๊กแตน หนอนผีเสื้อตัวอย่าง ด้วงหมัดผัก ตั๊กแตน หนอนใยผัก 2.ใบหงิก ใบเหลือง : ยอดแคระ มีรอยไหม้แมลงกลุ่มดูดกินน้ำเลี้ยง กลุ่มเพลี้ย และมวนต่าง ๆตัวอย่าง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง แมลงหวี่ขาว

Smart Farmer Model  คุณกิตติ ผลคิด Smart Farmer Model จังหวัดชุมพร ต้นแบบเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนที่นำเทคโนโลยี นวัตกรรม และเครื่องจักรกลการเกษตรมาใช้ในการบริหารจัดการสวนอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการบริหารจัดการดิน น้ำ และการผลิตอย่างเป็นระบบ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และพัฒนาทุเรียนคุณภาพตามมาตรฐาน GAP สู่ความยั่งยืนในภาคการเกษตร ที่มา :

Smart Farmer Model ต้นแบบเกษตรกรสร้างมูลค่าสู่ความยั่งยืน นางพัชรินทร์ ปันวารี Smart Farmer Model อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ต้นแบบเกษตรกรผู้พัฒนาการผลิต มะม่วงคุณภาพมาตรฐาน GAP ต่อยอดสู่การแปรรูป สร้างแบรนด์ “ยองเฮ (Young Hey)” เพิ่มมูลค่าผลผลิต เชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสร้างงาน

โรคใบด่างมันสำปะหลัง

โรคใบด่างมันสำปะหลัง

โรคใบด่างมันสำปะหลัง สาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อไวรัส Sri Lankan Cassava mosaic virus (SLCMV) มีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะ ลักษณะอาการของโรค ส่วนของยอดอ่อนหรือยอดที่เกิดใหม่จะแสดงอาการด่างเขียวอ่อนหรือเหลืองสลับเขียวเข้ม มีขนาดเรียวเล็ก หงิกงอ และเสียรูปทรง อาการบนใบส่วนที่ถัดลงมาจากยอดหรือใบแก่จะพบอาการด่างเขียวอ่อนหรือเหลืองสลับเขียวเข้ม หงิกงอ และเสียรูปทรง ความเสียหายจากโรคจะทำให้มันสำปะหลังไม่สร้างหัวสะสมอาหารหรือหัวมีขนาดเล็ก ซึ่งอาจทำให้ผลผลิตลดลง กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้ 1) ปลูกมันสำปะหลังที่ปลอดโรค และเป็นพันธุ์ทนทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง ได้แก่ พันธุ์ระยอง 72 เกษตรศาสตร์ 50 และห้วยบง 60 2)ไม่ควรปลูกพันธุ์อ่อนแอต่อโรคใบด่างมันสำปะหลัง ได้แก่ ระยอง 11 และ CMR 43-08-89 3) สำรวจแปลงมันสำปะหลังอย่างสม่ำเสมอหากพบต้นเป็นโรคกระจายทั่วแปลงให้ทำลายทั้งแปลง หากพบโรคเป็นหย่อม ให้ทำลายเฉพาะต้นเป็นโรค 4) ทำลายต้นมันสำปะหลังที่แสดงอาการของโรคใบด่างด้วย 3 วิธี ได้แก่ วิธีฝังกลบ วิธีใส่ถุง/กระสอบ และวิธีบดสับ 5) กำจัดแมลงหวี่ขาวยาสูบ ถ้าพบแมลงหวี่ขาวยาสูบระยะตัวอ่อนมากกว่า

ตัวอ่อนด้วงดิน

ตัวอ่อนด้วงดิน

ด้วงดิน (ground beetles) อยู่ในวงศ์ Carabidae ทั้งระยะตัวหนอนและตัวเต็มวัยอาศัยอยู่ตามพื้นดิน ตัวเต็มวัยบางชนิดสามารถไต่ขึ้นบนต้นพืช เพื่อไปกัดกินศัตรูพืชได้ โดยเกือบทั้งหมดเป็นแมลงตัวห้ำทั้งระยะหนอนและตัวเต็มวัยทำลายหนอน ดักแด้ผีเสื้อศัตรูพืช ไข่แมลง มักหากินตอนกลางคืน ตัวอ่อนด้วงดินตัวนี้เจอบ่อยในแปลงข้าวโพดที่มีหนอนกระทู้ข้าวโพดนะบาด ถ้าเจออย่าตกใจ เค้าช่วยกินหนอนให้เรานะคะ ภาพจาก : ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดชลบุรี

โรคราน้ำค้างพืชตระกูลแตง พืชตระกูลกะหล่ำและผักกาด และข้าวโพด

โรคราน้ำค้างพืชตระกูลแตง พืชตระกูลกะหล่ำและผักกาด และข้าวโพด

เป็นโรคพืชที่พบการระบาดมากในช่วงอากาศเย็น ความชื้นสูง และฝนตกชุก เนื่องจากเชื้อราสาเหตุโรคสามารถแพร่ระบาดได้ดีโดย ลม น้ำฝน เครื่องมือทางการเกษตร การเคลื่อนย้ายพืชปลูก และจะเจริญได้ดีในสภาพอุณหภูมิค่อนข้างต่ำ ความชื้นในแปลงสูง หากเข้าทำลายพืชปลูกจะสร้างความเสียหายได้ทุกระยะการเจริญเติบโต จะทำให้ผลผลิตพืชลดลง รวมถึงขนาดและคุณภาพลดลง หากอาการรุนแรงจะทำให้ใบเหลืองและแห้งตายทั้งต้น นอกจากนี้โรคราน้ำค้างยังสามารถเข้าทำลายพืชได้หลายชนิด เช่น พืชตระกูลแตง พืชตระกูลกะหล่ำและผักกาด และข้าวโพด เป็นต้น ส่วนข้อสังเกตของโรคราน้ำค้าง พบว่าในช่วงเช้าที่มีอากาศค่อนข้างเย็นและมีความชื้นสูง เมื่อพลิกดูใต้ใบพืชมักจะพบส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อรา เป็นเส้นใยสีขาวหรือเทาคล้ายปุยฝ้าย และลักษณะอาการโรคของพืชบางชนิด จะถูกจํากัดด้วยเส้นใบ จึงเห็นเป็นจุดแผลรูปสี่เหลี่ยม สำหรับโรคราน้ำค้างในพืชตระกูลแตง เช่น แตงกวา แตงร้าน แตงโม แตงไทย เมล่อน แคนตาลูป ซูกินี ฟักทอง ฟักเขียว ฟักแม้ว มะระจีน และบวบ เกิดจากเชื้อรา Pseudoperonospora cubensis มักพบอาการของโรคบนใบที่อยู่บริเวณด้านล่างของต้นก่อน แล้วขยายลุกลามไปยังใบที่อยู่

หนอนคืบกินใบเงาะ

หนอนคืบกินใบเงาะ

หนอนคืบกินใบเงาะ ชื่อวิทยาศาสตร์ Oxyodes scrobiculata (Fabricius) รูปร่างลักษณะหนอนคืบกินใบ ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน สีน้ำตาลอ่อน ลำตัวมีขนสีเหลืองปกคลุม ตัวเต็มวัยเพศเมียวางไข่เป็นฟองเดี่ยว ๆ ตามใบอ่อน ยอดอ่อน ลักษณะการทำลายหนอนคืบกินใบสามารถทำความเสียหายให้กับพืชได้มากในระยะแตกใบอ่อน โดยตัวหนอนที่ออกจากไข่จะเริ่มกัดกินใบอ่อน และเมื่อตัวหนอนโตขึ้นจะกินทั้งใบอ่อน ใบเพสลาดและใบแก่ วิธีป้องกันกำจัด 1.อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ 2.หมั่นสำรวจแปลงสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในระยะแตกใบอ่อน ถ้าหากโคนต้นเงาะโล่งเตียนไม่มีหญ้า ให้เขย่ากิ่งเงาะ ตัวหนอนคืบจะทิ้งตัวลงที่พื้นดิน สามารถจับทำลายได้ หรือใช้กับดักแสง ไฟล่อตัวเต็มวัยในช่วงกลางคืน (18.00 น. ถึง 20.00 น.) 3.ใช้สารสกัดสะเดา โดยนำเมล็ดสะเดาบด 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 1 คืน แล้วนำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง จากนั้นนำสารสะเดาที่ได้ผสมกับสารจับใบไปฉีดพ่นให้ทั่วยอดอ่อนและทรงพุ่ม 4.พ่นเชื้อราบิวเวอเรีย อัตรา 250 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมสารจับใบบริเวณใบอ่อน และทรงพุ่ม ทุก 3-7 วัน 5.พ่นด้วยสารเคมี เช่น carbaryl 85% WP อัตรา 45-60 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ที่มา

สับปะรดรับประทานผลสด พันธุ์ MD2

สับปะรดรับประทานผลสด พันธุ์ MD2

สับปะรดรับประทานผลสด พันธุ์ MD2เป็นสับปะรด ที่พัฒนาขึ้นที่ฮาวาย สหรัฐอเมริกา เพื่อให้ขนส่งทางเรือได้ โดยไม่เป็น “ไส้สีน้ำตาล” สามารถอยู่ในห้องเย็นที่อุณหภูมิ ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส นานกว่า 10 วัน รสชาติหวาน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อมีสีเหลืองเข้ม เนื้อต้น แน่น ไม่เป็นโพรง น้ำหนักผลโดยเฉลี่ย 1.7-1.8 กิโลกรัม มีวิตามินซีสูงถึง 4 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับสับปะรดพันธุ์อื่น ๆ ภาพจาก : สำนักงานเกษตรอำเภอกุยบุรี https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02bhwojHaGWWaFVL2WqqeYgmLJb9o8iHeaebcaeWzgdGntxye4hFv8UutFYsB97Z3Rl&id=100007937443903