เพลี้ยอ่อน ศัตรูสำคัญในพืชผัก
ลักษณะทั่วไป
- เป็นแมลงปากดูด ขนาดเล็ก ลำตัวอ่อนนุ่ม
- รูปร่างคล้ายหยดน้ำ มีหลายสี เช่น สีเขียว สีเหลือง สีดำ สีน้ำตาล หรือสีชมพู
- มีหนวด และมีท่อขับของเหลว (cornicles) ที่ปลายท้อง
- ตัวอ่อนคล้ายตัวเต็มวัย แต่มีขนาดเล็กกว่า
- มักพบรวมกันเป็นกลุ่มที่ยอดอ่อน ใบอ่อนใต้ใบ และส่วนอ่อนของพืช
วงจรชีวิต
เพลี้ยอ่อนสามารถสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศได้หลายรุ่นในช่วงเวลาอันสั้น จึงเพิ่มจำนวนและแพร่ระบาดได้รวดเร็ว
- ไข่ (พบในสภาพอากาศหนาวเย็น)
- ตัวอ่อน 7-10 วัน
- ตัวเต็มวัย อายุ 15-30 วัน (ออกลูกได้หลายรุ่น)
ชนิดเพลี้ยอ่อนที่พบในพืชผัก
เพลี้ยอ่อนฝ้าย (Aphis gossypii)
พบในพริก มะเขือ แตงกวา ถั่วฝักยาว และพืชผักหลายชนิด
เพลี้ยอ่อนผัก (Lipaphis erysimi)
พบในพืชตระกูลกะหล่ำ เช่น คะน้า กะหล่ำปลี บรอกโคลี
เพลี้ยอ่อนถั่ว (Aphis craccivora)
พบในถั่วฝักยาว ถั่วพู แค และพืชตระกูลถั่ว
อาการทำลาย
- ดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืช ทำให้ใบเหลือง ใบหงิก ยอดชะงัก การเจริญเติบโตลดลง
- ทำให้ผลผลิตลดลง ละคุณภาพผลผลิตเสียหาย
- ขับน้ำหวาน (honeydew) ทำให้เกิดเชื้อราดำ
- เป็นพาหะนำโรคไวรัสพืชหลายชนิด เช่น โรคใบด่างพริก แตงกวา มะเขือเทศ
การจัดการแบบผสมผสาน (IPM)
1.วิธีเขตกรรม
- ปลูกพืชหมุนเวียน
- เลือกใช้พันธุ์ต้านทาน
- กำจัดวัชพืชและพืชอาศัย
- ตัดแต่งและทำลายส่วนที่ถูกทำลาย
- รักษาความสะอาดแปลง
2.การใช้ศัตรูธรรมชาติ
- อนุรักษ์และเพิ่มปริมาณแตนเบียนเพลี้ยอ่อน เช่น Aphelinus abdominaalis, Aphidius ervi
- เต่าทอง แมลงช้างปีกใส และแมงมุม
- หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อศัตรูธรรมชาติ
3.การใช้สารสกัดจากพืช
- สารสกัดสะเดา
- สารสกัดพริก กระเทียม
- สารสกัดยาสูบ
- ใช้พ่นในระยะเริ่มพบการระบาด
4.การใช้สารเคมี (เมื่อจำเป็น)
- เลือกสารเคมีที่ขึ้นทะเบียนและเหมาะสมกับพืช
- ใช้ตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด
- สลับกลุ่มสารเพื่อลดการดื้อยา
- พ่นเฉพาะเมื่อพบการระบาดและในระดับที่ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ
ข้อควรระวัง
- หมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะยอดอ่อนและใต้ใบ
- เพลี้ยอ่อนแพร่ระบาดได้รวดเร็ว ควรจัดการตั้งแต่พบระยะแรก
- หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีชนิดเดียวซ้ำ ๆ เพื่อลดการดื้อยา
- รักษาสมดุลระบบนิเวศในแปลง เพื่อให้ศัตรูธรรมชาติมีบทบาทในการควบคุม
จัดทำโดย : สำนักงานเกษตรอำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา

ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
