โรคถอดฝักดาบในข้าว (Bakanae Disease)
สาเหตุ เกิดจากเชื้อ Fusarium fujikuroi Nirenberg (Fusarium moniliforme J.Sheld)
อาการ
- ระยะกล้า : ถ้าอาการรุนแรงต้นกล้าจะแห้งตาย แม่มักพบกับข้าวอายุเกิน 15 วัน
- ระยะเริ่มแตกกอ : ข้าวเป็นโรคจะต้นผอมสูงเด่นกว่ากล้าข้าวโดยทั่ว ๆ ไป ต้นข้าวผอมมีสีเขียว อ่อนซีด มักย่างปล้อง บางกรณีข้าวจะไม่ย่างปล้อง แต่รากจะเน่าช้ำเวลาถอนมักจะขาดตรงบริเวณโคนต้น
- หากไม่รุนแรงอาการ : จะแสดงหลังจากย้ายไปปักดำได้ 15-45 วัน โดยที่ต้นเป็นโรคจะสูงกว่าข้าวปกติ ข้าวปกติ ใบมีสีเขียวซีด เกิดรากแขนงที่ข้อลำต้นตรงระดับน้ำ บางครั้งพบกลุ่มเส้นใยสีชมพูตรงบริเวณข้อที่ย่างปล้องขึ้นมา ต้นข้าวที่เป็นโรคมักจะตายและมีน้อยมากที่อยู่รอดจนถึงออกรวง
การแพร่ระบาด
- เชื้อราจะติดไปกับเมล็ด สามารถมีชีวิตในซากต้นข้าวและในดินได้ เป็นเวลาหลายเดือน พบว่า หญ้าชันกาด เป็นพืชอาศัยของโรค
- สภาพอากาศร้อนชื้น (แดดจัดในตอนเช้า ตอนเย็นฝนตก ฟ้าครึ้ม อากาศอบอ้าว) อุณหภูมิ 27-28 องศาเซลเซียส เชื้อราจะงอกจากสปอร์
- ปลูกต้นข้าวขึ้นหนาแน่น อากาศไม่ถ่ายเท
การป้องกันกำจัด
- หลีกเลี่ยงการนำเมล็ดพันธุ์จากแหล่งที่เคยเป็นโรคระบาดมาปลูก
- คลุกเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น แมนโคเซ็บ อัตรา 3 กรัม ต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม หรือแช่เมล็ดข้าวเปลือกก่อนหุ้มข้าวให้งอกก่อนปลูก ด้วยสารละลายของสารป้องกันกำจัดเชื้อราดังกล่าว ในอัตรา 30 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือแช่เมล็ดข้าวในสารละลายโซเดียมคลอโรไฮโปคลอไรท์ (คลอร็อกซ์) ความเข้มข้น 5 เปอร์เซ็นต์หรือ คลอร็อกซ์ อัตรา 1 : น้ำ 9 ส่วน
- ควรกำจัดต้นข้าวที่เป็นโรค โดยการถอนและเผาทิ้ง เนื่องจากสปอร์ของเชื้อรา สามารถปลิวไปตกบนรวงข้าวอื่น
จัดทำโดย : สำนักงานเกษตรอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว
มิถุนายน ; 2568

ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
