โรคดอกกระถิน (FALSE SMUT)

โรคดอกกระถิน (FALSE SMUT) โรคดอกกระถิน เกิดจากเชื้อรา Ustilaginoidea virens (Cke.)เข้าทำลายรวงข้าวในระยะเริ่มออกดอก เมื่อสภาพอากาศมีความชื้นสูง เช่น มีฝนหรือน้ำค้างมาก ในระยะแรก เชื้อราดอกกระถินจะเป็นกลุ่มก้อนขนาดเล็กสีเหลือง มีเยื่อหุ้มอยู่ระหว่างเปลือกเมล็ดข้าว ต่อมาเชื้อราดอกกระถินจะมีขนาดใหญ่ขึ้น จนคลุมเมล็ดข้าวทั้งเมล็ด เมื่อเชื้อราเจริญต่อไป เยื่อหุ้มจะแตกออก เชื้อราจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม สุดท้ายก้อนเชื้อราดอกกระถินจะมีรอยแยกและมีสีเขียวเข้มปนเหลือง ระยะนี้เชื้อราจะปลิวไปกับลม เข้าทำลายเมล็ดข้าว ต้นอื่น ๆ ต่อไปได้ การป้องกันกำจัด ที่มา : กองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว เรียบเรียง : สำนักงานเกษตรอำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ตุลาคม ; 2568
หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน

แผ่นพับที่ 1/2568 หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ชื่อสามัญ Durian Seed Borer ประเทศไทยมีรายงานพบ 3 ชนิด ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ Noctuidae เป็นแมลงศัตรูสำคัญและที่สร้างความเสียหายต่อผลผลิตทุเรียนทำให้เนื้อทุเรียนเสียคุณภาพ ทำให้เกษตรกรขายทุเรียนได้ในราคาต่ำและยังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของผู้บริโภค นอกจากนี้ยังเป็นศัตรูพืชกักกันที่สำคัญที่สามารถสร้างผลกระทบต่อการนำเข้าและส่งออกทุเรียน ดังนั้น เกษตรกรควรให้ความสำคัญในการป้องกันกำจัดเพื่อป้องกันความเสียหายคัดคุณภาพผลผลิตก่อนการจำหน่ายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค โดยหนอนชนิดนี้มีพืชอาศัย คือ ทุเรียน รูปร่างลักษณะ ลักษณะการทำลาย วิธีการป้องกันกำจัด 1.การเขตกรรมห่อผลด้วยถุงพลาสติกสีขาวขุ่น ขนาด 40 x75 เซนติเมตร เจาะก้นถุง เพื่อระบายน้ำ และป้องกันไม่ให้ตัวเต็มวัยวางไข่โดยเริ่มห่อผลตั้งแต่ผลทุเรียนมีอายุ 6 สัปดาห์เป็นต้นไป จนถึงเก็บเกี่ยว 2.การใช้วิธีฟิสิกส์ใช้กับดักแสงไฟ โดยใช้หลอดไฟชนิด Black Light เพื่อการพยากรณ์สถานการณ์ศัตรูพืช สำหรับวางแผนและตัดสินใจป้องกันกำจัดได้อย่างเหมาะสม หากพบตัวเต็มวัยของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน 1 ตัว ควรใช้สารเคมีป้
โรคและแมลงศัตรูข้าวในระยะแตกกอ

โรคและแมลงศัตรูข้าวในระยะแตกกอ แมลงหวี่ขาวข้าวดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบข้าวในระยะข้าวแตกกอ ทำให้ใบบิดเบี้ยว ชะงักการเจริญเติบโต เพลี้ยจักจั่นสีเขียวตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบและลำต้นข้าว ทำให้ข้าวชะงักการเจริญเติบโต และยังเป็นพาหะเชื้อไวรัสโรคใบสีส้ม เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลทำลายข้าวโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากเซลล์ท่อน้ำท่ออาหารบริเวณโคนต้นข้าวระดับเหนือผิวน้ำ เพลี้ยจักจั่นปีกลายหยักทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบและกาบใบข้าว เป็นพาหะนำโรคใบสีแสด และโรคหูด แมลงดำหนามตัวหนอน กัดกินเนื้อเยื่อส่วนสีเขียวภายในใบข้าว เป็นรอยแผลสีขุ่นมัวขนานกับเส้นใบ ตัวเต็มวัยกัดกิน แทะผิวใบข้าวด้านบนทำให้เห็นเป็นรอยขูด เป็นทางสีขาวขนานกับเส้นกลางใบ แมลงหล่าตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากกาบใบข้าวบริเวณโคนต้นข้าว ทำให้ต้นข้าวมีอาการแคระแกร็น เหลือง หรือเหลืองแกมน้ำตาลและการแตกกอลดลง หนอนกอข้าวหนอนจะเข้ากัดกินส่วนของลำต้น ทำให้เกิดอาการใบเหี่ยวในระยะแรก ใบและยอดที่ถูกทำลายจะเหลืองในระยะต่อมา หนอนห่อใบข้าวหนอนฟักออกมาจะแทะผิวใบข้าวส่วนที่เป็นสีเขียว ทำให้เห็นเป็นแถบยาวสีขาวเป็นทาง ถ้าเป
โรคแอนแทรคโนสของมันสำปะหลัง

โรคแอนแทรคโนส (ANTHRACNOSE)ของมันสำปะหลัง สาเหตุ : เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum spp. (Gloeosporium spp.) การระบาด : พบในทุกแหล่งปลูกมันสำปะหลัง ในประเทศไทยจะพบเฉพาะบางพื้นที่ ระบาดมากหลังฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาการ : ขอบใบและปลายใบไหม้ เข้าสู่กลางใบ ก้านใบเป็นแผลสีน้ำตาลและลู่ลงยอดเหี่ยวแห้ง แนวทางป้องกัน/แก้ไข เรียบเรียง โดย สำนักงานเกษตรอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว
โรคเหี่ยวหรือเหง้าเน่าในขิง

โรคเหี่ยวหรือเหง้าเน่าในขิง สาเหตุ : เชื้อแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum สภาพอากาศเสี่ยง อาการของโรค แนวทางป้องกัน/แก้ไข 1.เลือกพื้นที่ปลูกที่ไม่เคยระบาดมาก่อน และระบายน้ำได้ดี2.ไถพรวนดินลึกเกิน 20 ซม. และตากดิน 2 สัปดาห์3.ถ้าเคยระบาด : 4.ใช้หัวพันธุ์ปลอดโรค5.ตรวจแปลงบ่อย ๆ 6.หลังเก็บเกี่ยวให้เผาทำลายซากพืชที่เป็นโรค7.หลีกเลี่ยงปลูกพืชอาศัย เช่น ขิง มะเขือ พริก มันฝรั่ง ถั่วลิสง ที่มา : กรมวิชาการเกษตรเรียบเรียง โดย สำนักงานเกษตรอำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว
ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
