หลัก 3 ถูก การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช
ถูกเวลา
ช่วงเวลานั้นมีศัตรูพืชระบาดหรือไม่
ต้องสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้ทราบว่าศัตรูพืชมีแนวโน้มจะสร้างความเสียหายหรือไม่ ถ้าไม่พบการระบาดของศัตรูพืช ก็ไม่จำเป็นต้องใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช แต่หากพบการระบาดต้องรีบจัดการทันที
ช่วงเวลานั้นมีศัตรูพืชชนิดใด และศัตรูพืชอยู่ในระยะใด
สามารถศึกษาได้จากระยะการเจริญเติบโตของพืช โดยดูจากปฏิทินการปลูกพืช เช่น ข้าว ระยะหลังหว่านจนถึง 20 วัน มักจะพบการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟข้าว เป็นต้น
ถูกชนิด
ถูกชนิดของศัตรูพืช
ต้องทราบว่าศัตรูพืชที่สำรวจพบ เป็นศัตรูพืชชนิดใด เช่น แมลงปากกัด ได้แก่ หนอนหัวดำมะพร้าว แมลงดำหนามมะพร้าว ด้วงแรด เป็นต้น หรือแมลงปากดูด ได้แก่ เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เป็นต้น
ถูกชนิดของสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช
ใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่ผ่านการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายอย่างถูกต้อง ใช้ให้ตรงกับชนิดของศัตรูพืชในอัตราตามคำแนะนำของฉลาก และหลีกเลี่ยงสารเคมีที่มีฉลากสีแดง
ถูกวิธี
เลือกใช้อุปกรณ์พ่นสารอย่างถูกต้อง และเหมาะสมต่อต้นพืช
เลือกหัวฉีดที่เหมาะสม
- หัวฉีดรูปกรวย
- หัวฉีดรูปพัด
- หัวฉีดแบบแรงปะทะ
เลือกพ่นสารในช่วงเวลาที่เหมาะสม
- ไม่พ่นขณะฝนตกหรือมีแนวโน้มที่ฝนจะตก
- ป้องกันตัวเองเมื่อต้องใช้สาร โดยสวมใส่ชุดป้องกันสารพิษอย่างถูกต้อง
กรณีพ่นสารโดยใช้โดรนทางการเกษตรต้องปฏิบัติให้ถูกกฎหมาย ดังนี้
- ตัวโดรน ต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
- การขออนุญาตมีวัตถุอันตรายไว้ในครอบครอง ต้องผ่านการอบรมความรู้ด้านวัตถุอันตราย โดยสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร เพื่อใช้ในการรับจ้างฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชทางอากาศ
- ผู้บังคับโดรน ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไย (กพท.)
เรียบเรียง : กลุ่มส่งเสริมการจัดการสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
