Black Ribbon Top Right ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร

10

เรื่องล่าสุด

โรคไหม้ข้าว (Rice Blast)

โรคไหม้ข้าว (Rice Blast) เกิดจากเชื้อรา Pyricolaria oryzae ลักษณะอาการ : เริ่มจากจุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ บนใบ แล้วขยายเป็นรูปตาหรือกระสวยตรงกลางสีเทา ขอบสีน้ำตาล หากเป็นที่ข้อต่อใบหรือคอรวง จะทำให้รวงแห้งหัก (โรคคอรวงเน่า) ปัจจัยที่เอื้อต่อการเกิดโรค 1.สภาพอากาศที่เหมาะสม : อุณหภูมิกลางคืนเย็นประมาณ 20-25°C อากาศร้อนในตอนกลางวัน

แนวทางการปฏิบัติหลังน้ำท่วมปาล์มน้ำมัน 1.การจัดการพื้นที่ 2.ระวังการย่ำดิน 3.หากต้นปาล์มล้มเอียง 4.เมื่อดิน/ทราย ทับถมที่โคนต้น 5.หากตรวจพบต้นปาล์มตาย 6.วิธีฟื้นฟู *ปาล์มน้ำมันที่ให้ผลผลิตแล้ว ข้อมูล : กันยายน 2569

เกณฑ์การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช อ้างอิงตาม *วันบังคับใช้ บังคับใช้วันที่เกิดภัย ตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ข้อมูล : กันยายน 2569 3 ขั้นตอนควรรู้! เกษตรกรต้องทำอย่างไร…เมื่อพืชเสียหายจากภัยพิบัติทำครบ 3 ขั้นตอน เพื่อสิทธิ์รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ 1. เช็กทะเบียนเกษตรกรให้ชัวร์ ช่องทางการขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงข้อมุล

โรคเหี่ยวในกล้วย (Banana Blood Disease) ข่าวเตือนการระบาดศัตรูพืช โรคเหี่ยวในกล้วย (Banana Blood Disease) ฉบับที่ 9 ประจำเดือนกันยายน 2569 เชื้อสาเหตุ : เชื้อแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum species complex ลักษณะอาการ การแพร่ระบาด

แผ่นพับ 8/2568 หนอนกระทู้หอม ชื่อสามัญ Beet armywormชื่อวิทยาศาสตร์ Spodoptera exigua (Hübner)ชื่อวงศ์ Noctuidae หนอนกระทู้หอมเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญในการสร้างความเสียหายกับพืชผัก และไม้ดอกหลายชนิด พบการระบาดได้ตามแหล่งปลูกทั่วประเทศ หนอนกระทู้หอมมีความต้านทานต่อสารเคมีกำจัดแมลงได้หลายชนิด และชอบหลบซ่อนตัวส่งผลให้การป้องกันกำจัดเป็นไปได้ยาก และการระบาดจะรุนแรงมากในช่วงฤดูร้อน พืชอาหารผักตระกูลกะหล่ำทุกชนิด เช่น ผักคะน้า กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักกาดขาวปลี

แผ่นพับ 9/2568 จักจั่นในอ้อย ชื่อสามัญ : Cicadaชื่อวิทยาศาสตร์ : Platypleura cespiticola Boulardชื่อวงศ์ : Cicadidae จักจั่นอ้อย เดิมเป็นแมลงศัตรูป่าไม้ เมื่อป่าไม้ถูกทำลาย ระบบนิเวศเสียสมดุล พืชอาหารลดลง ทำให้จักจั่นออกมาทำลายพืชเศรษฐกิจ เช่น อ้อย ข้าวโพดและพืชตระกูลหญ้า พบการระบาดส่วนมากในพื้นที่ปลูกอ้อยภาคกลางในจังหวัดสุพรรณบุรี

การลงทะเบียนระบบ EWE เพื่อการเรียนรู้รับมือภัยพิบัติสำนักงานเกษตรอำเภอกาญจนประดิษฐ์ ขอประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกร อาสาสมัครเกษตร อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน เข้าร่วมสัมมนาวิชาการออนไลน์ “โครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเกษตรและอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน เพื่อยกระดับความพร้อมรับมือ วิกฤตการณ์ภัยพิบัติซุปเปอร์เอลนีโญ” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : สำนักงานเกษตรอำเภอกาญจนประดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี


เคล็ดลับดื่มกาแฟอย่างปลอดภัย ไม่ติดกับกับดักคาเฟอีน

กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่หลายคนโปรดปรานโดยเฉพาะคนทำงานที่ต้องการความตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า กระตุ้นการทำงานของสมอง และลดความง่วงในช่วงเช้าหรือระหว่างวัน แต่มีบางสิ่งที่อาจมองข้ามไป คือการเสพติดคาเฟอีนที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ หากดื่มในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้น การดื่มกาแฟอย่างปลอดภัยไม่ติดกับดักคาเฟอีน จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ

ควบคุมปริมาณการดื่ม

  • ควรจำกัดปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับในแต่ละวัน ต้องไม่เกิน 300-400 มิลลิกรัมต่อวัน ประมาณ 3-4 แก้วกาแฟ
  • นอกจากกาแฟแล้ว อาจได้รับคาเฟอีนจากเครื่องดื่มอื่นที่ไม่ใช่กาแฟร่วมด้วย เช่น ชา น้ำอัดลม โกโก้ เครื่องดื่มชูกำลัง

เลือกดื่มกาแฟ ที่ดีและปลอดภัยต่อสุขภาพ

  • เลือกกาแฟดำ : ดื่มกาแฟดำไม่ใส่นมและน้ำตาล
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ : เลือกกาแฟที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลและไขมัน
  • เลือกสูตรแคลอรี่ต่ำ : หากต้องการจำกัดไขมันหรือน้ำตาลหรือสูตรไม่มีน้ำตาล
  • ดื่มน้ำตาม : เพื่อลดการขาดน้ำและการค้างของคาเฟอีน
  • การกินอาหารเสริมแคลเซียม : เนื่องจากการดื่มกาแฟอาจเสี่ยงต่อการสูญเสียแคลเซียมควรเสริมแคลเซียมจากอาหาร เช่น นม ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียว

หลีกเลี่ยง

  • หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟขณะท้องว่าง : เพื่อลดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร
  • ไม่ควรดื่มกาแฟก่อนนอน : มีผลให้นอนหลับยาก ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ไม่ดื่มกาแฟร่วมกับเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนชนิดอื่น เช่น น้ำชา, น้ำอัดลม, เครื่องดื่มชูกำลัง

ผลกระทบจากการบริโภคคาเฟอีนเกินขนาด Caffeine Overdose

  • ระบบประสาทส่วนกลาง : มือสั่น นอนไม่หลับ วิตกกังวล ปวดศีรษะ บางครั้งอาจทำให้ชักได้
  • ระบบทางเดินอาหาร : เพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร อาจกระทบผู้ที่มีในกระเพาะ
  • ระบบการไหลเวียนโลหิต : เพิ่มความดันโลหิต ทำให้มีความเสี่ยงโรคหัวใจ
  • ระบบทางเดินปัสสาวะ : กระตุ้นการปัสสาวะบ่อยขึ้น อาจก่อให้เกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

รู้หรือไม่!

  • ปัจจุบัน คนไทยดื่มกาแฟกว่า 9 หมื่นตันต่อปี เฉลี่ยวันละ 1.5 แก้ว

แหล่งผลิตกาแฟที่สำคัญของไทย

  • อะราบิกา : เชียงราย เชียงใหม่ น่าน แม่ฮ่องสอน
  • โรบัสตา : ชุมพร ระนอง

ข้อมูลจาก : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

ที่มา : วารสารส่งเสริมการเกษตร
ฉบับที่ 319 “กาแฟ” เครื่องดื่มเมนูโปรดสุดฮิต สู่พืชเศรษฐกิจที่น่าจับตามองของไทย
อินโฟกราฟิก : https://www.doae.go.th/doae_me

เคล็ดลับดื่มกาแฟอย่างปลอดภัย ไม่ติดกับกับดักคาเฟอีน