หมอกหนา ลมแรง ระวังโรคขอบใบแห้ง
โรคขอบใบแห้ง
เชื้อสาเหตุ : เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas oryzae pv. oryzae
- โรคนี้เกิดได้ตั้งแต่ระยะกล้าจนถึงระยะออกรวง
- อาการเริ่มแรกมีลักษณะช้ำที่ขอบใบล่าง แล้วจะขยายเป็นทางสีเหลืองช้ำยาวตามใบข้าว ใบที่เป็นโรคจะแห้งเร็ว และจางลงเป็นสีเทา
- แผลมีหยดน้ำสีครีม (bacterial ooze) คล้ายยางสน มีลักษณะกลม ขนาดเท่าหัวเข็มหมุด ต่อมาเป็นสีน้ำตาล และหลุดลอยไปตามลม น้ำ หรือฝน
- หากอาการรุนแรงต้นข้าวจะเหี่ยวเฉาและแห้งตายทั้งต้นโดยรวดเร็ว เรียกว่า ครีเสก (kresek)
การแพร่ระบาด
แพร่ระบาดได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูง เช่น ฝนตก ลมพัดแรง หมอกหนา เป็นต้น
คำแนะนำในการป้องกันกำจัด
- หมั่นสำรวจแปลงข้าวของตนเองอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
- ใช้พันธุ์ข้าวต้านทานโรคขอบใบแห้ง เช่น สุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 60 สุพรรณบุรี 90 กข7 กข23 เป็นต้น และควรเฝ้าระวังการเกิดโรคถ้าปลูกข้าวพันธุ์ที่อ่อนแอต่อโรคนี้ เช่น ขาวดอกมะลิ 105 กข6 เหนียวสันป่าตอง พิษณุโลก 2 ชัยนาท 1 เป็นต้น
- ในดินที่อุดมสมบูรณ์ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนปริมาณมาก
- ไม่ควรระบายน้ำจากแปลงที่เป็นโรคไปสู่แปลงอื่น หรือใช้แหล่งน้ำร่วมกัน
- เมื่อเริ่มพบอาการโรคขอบใบแห้ง พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น ซิงค์ไทอะโซล คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ ไตรเบสิคคอปเปอร์ซัลเฟต เป็นต้น อัตราคำแนะนำในฉลากบนภาชนะบรรจุ
แหล่งข้อมูล : กรมการข้าว
ภาพ : กรมการข้าว, ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์
เรียบเรียง : กลุ่มส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนด้านอารักขาพืชและดินปุ๋ย
กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร

ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
