Black Ribbon Top Right ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร

10

เรื่องล่าสุด

แนะนำนิตยสาร ประจำเดือนมีนาคม 2569 ห้องสมุดกรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำนิตยสารใหม่ เดือนมีนาคม 2569 สามารถเข้ามารับบริการการอ่านได้ที่ ห้องสมุดกรมส่งเสริมการเกษตร อาคารส่งเสริมการเกษตรเบญจสิริกิติ์ ชั้น 5 (ห้องสมุดกรมส่งเสริมการเกษตร) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โทรศัพท์ 0-2579-2594 โทรสาร 0-2579-5517 สืบค้นข้อมูลเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่

แนะนำหนังสือ ประจำเดือนมีนาคม 2569 ห้องสมุดกรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำหนังสือใหม่ เดือนมีนาคม 2569 สามารถเข้ามารับบริการการอ่านได้ที่ ห้องสมุดกรมส่งเสริมการเกษตร อาคารส่งเสริมการเกษตรเบญจสิริกิติ์ ชั้น 5 (ห้องสมุดกรมส่งเสริมการเกษตร) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โทรศัพท์ 0-2579-2594 โทรสาร 0-2579-5517 สืบค้นข้อมูลเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่

เตรียมพบกับงาน “DOAE Greenify” ขับเคลื่อนเกษตรเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม! วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 9.30 น. เป็นต้นไป ณ ลานอนุสาวรีย์ศาสตราจารย์พิเศษทำนอง สิงคลาวณิช อาคาร 1 กรมส่งเสริมการเกษตร ช้อปผลไม้ตามฤดูกาล จากเกษตรกรผู้ปลูกตัวจริงส่งตรงจากสวน พิเศษ! พกแก้วน้ำส่วนตัวมา

เปิดฤดูกาลทุเรียนและผลไม้ไทย 2569 วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 เป็นต้นไป เตรียมพบกับกิจกรรม “เปิดฤดูกาลทุเรียนและผลไม้ไทย 2569” พบกับทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์และผลไม้คุณภาพดีส่งตรงจากสวน ณ ลานอนุสาวรีย์ศาสตราจารย์พิเศษทำนอง สิงคาลวณิช อาคาร 1 กรมส่งเสริมการเกษตร

การปลูกและการดูแล “ถั่วเขียว” การเตรียมดิน หว่านเมล็ดและใส่ปุ๋ย อายุถั่วเขียว การเก็บเกี่ยวเก็บเกี่ยวด้วยมือหรือเครื่องเกี่ยวนวด การตากและการสีเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวเมื่อเก็บเกี่ยวแล้ว ควรนำมาตากที่แดดจัด ๆ ประมาณ 2-3 วัน จากนั้นจึงนำมาสีคัดแยกเมล็ด หากเมล็ดมีความชื้นอยู่ เมื่อนำมาสีจะทำให้เมล็ดเกิดความเสียหาย โรคและแมลงศัตรูพืช จัดทำโดย : สำนักงานเกษตรอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว infographic :

แผ่นพับ 7/2568 เพลี้ยกระโดดหลังขาว ชื่อสามัญ whitebacked planthopper, WBPHชื่อวิทยาศาสตร์ Sogatella furcifera (Horvath)ชื่อวงศ์ Delphacidae เพลี้ยกระโดดหลังขาว ตัวเต็มวัยเข้ามาในแปลงข้าวช่วง 30 วันแรกหลังจากเป็นต้นกล้า โดยจะอาศัยอยู่บริเวณโคนต้นข้าว ใน 1 ฤดูปลูกสามารถเจริญเติบโตขยายพันธุ์ได้น้อยชั่วอายุกว่าเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และชอบดูดกินน้ำเลี้ยงบนต้นอ่อนข้าว และขยายพันธุ์เป็นพวกปีกยาว จากนั้นจะอพยพออกจากแปลงข้าวก่อนที่ข้าวจะออกดอก

เพลี้ยกระโดดหลังขาว (clip video) เพลี้ยกระโดดหลังขาวตัวเต็มวัยเข้ามาในแปลงข้าวช่วง 30 วันแรกหลังจากเป็นต้นกล้า โดยจะอาศัยอยู่บริเวณโคนต้นข้าว ใน 1 ฤดูปลูกสามารถเจริญเติบโตขยายพันธุ์ได้น้อยชั่วอายุกว่าเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และชอบดูดกินน้ำเลี้ยงบนต้นอ่อนข้าว และขยายพันธุ์เป็นพวกปีกยาว จากนั้นจะอพยพออกจากแปลงข้าวก่อนที่ข้าวจะออกดอก เพลี้ยกระโดดหลังขาวพบเป็นแมลงประจำท้องถิ่นในภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากกว่าภาคกลาง เรียบเรียง : กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตรจัดทำโดย : กลุ่มพัฒนาสื่อส่งเสริมการเกษตร สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตร

เพลี้ยกระโดดหลังขาว (whitebacked planthopper, WBPH) มีชื่อวิทยาศาสตร์ Sogatella furcifera (Horvath) ศัตรูพืชตัวร้ายทำลายข้าว รูปร่างลักษณะ และชีวประวัติเพลี้ยกระโดดหลังขาวตัวเต็มวัยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ “ชนิดปีกสั้น” และ “ชนิดปีกยาว” ลักษณะการทำลายของเพลี้ยกระโดดหลังขาว พืชอาหาร : ข้าว ข้าวป่า

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลสามารถระบาดได้ตั้งแต่ช่วงข้าวระยะกล้าอายุประมาณ 1 – 20 วัน หากสภาพแวดล้อมเหมาะสม แต่จะพบการระบาดมากในช่วงข้าวระยะแตกกอ อายุประมาณ 30 – 50 วัน ระยะตั้งท้อง จนถึงระยะออกรวง อายุประมาณ 50 – 90 วัน ซึ่งเป็นช่วงอายุข้าวที่ต้องมีการป้องกันและเฝ้าระวังเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมากที่สุด เรียบเรียง :

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (Brown planthopper, BGH) ชื่อวิทยาศาสตร์ Nilaparvata lugens (Stål) รูปร่างลักษณะและชีววิทยา ลักษณะการทำลายของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ศัตรูพืชที่ชาวนาต้องระวัง

47. ไข่หอยเชอร์รี่

47. ไข่หอยเชอร์รี่

ไข่หอยเชอร์รี่ ภาพจาก: ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดพิษณุโลก https://www.facebook.com/profile.php?id=100007822839207

รอยกัดจากด้วง

รอยกัดจากด้วง

รอยกัดจากด้วง ภาพจาก: ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดพิษณุโลก https://www.facebook.com/profile.php?id=100007822839207

ไข่เพลี้ยแป้ง

ไข่เพลี้ยแป้ง

ไข่เพลี้ยแป้ง เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง ที่พบในมันสำปะหลังมี 4 ชนิด คือ เพลี้ยแป้งลาย เพลี้ยแป้งแจ็คเบียส เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีเขียว และเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู สำหรับเพลี้ยแป้งที่ทำความเสียหายให้กับมันสำปะหลังอย่างรุนแรงคือ เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู ซึ่งเป็นแมลงศัตรูต่างถิ่น ลักษณะการทำลายเพลี้ยแป้งจะดูดกินน้ำเลี้ยงตามส่วนต่าง ๆ เช่น ใบ ยอด และตา ส่งผลต่อคุณภาพท่อนพันธุ์ หัวมีขนาดเล็ก เปอร์เซ็นต์แป้งต่ำ หากการระบาดรุนแรงยอดจะแห้งตาย ถ้ามีระบาดในช่วงที่มันสำปะหลังอายุน้อย อาจทำให้ต้นมันสำปะหลังตายหรือไม่สามารถสร้างหัวได้ ซึ่งเพลี้ยแป้งนี้จะระบาดรุนแรงในฤดูแล้งมากกว่าในฤดูฝน โดยเฉพาะฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน แปลงที่มีการระบาดอย่างรุนแรงความเสียหายเกิดขึ้นเกือบ 100 % ส่วนการแพร่ระบาดนั้น ตัวอ่อนเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสามารถเคลื่อนที่ได้จึงเคลื่อนย้ายไปตามส่วนต่าง ๆ บนต้นมันสำปะหลัง มีมดเป็นพาหะนำเพลี้ยแป้งไปยังส่วนต่าง ๆ ของต้นมันสำปะหลัง กระแสลมพัดพาไข่และตัวอ่อนไปยังต้นอื่น อีกทั้งท่อนพันธุ์มันสำปะหลังเป็นสาเหตุหลักในการแพร่กระจายและติดไปกับเกษตรกรที่ปฏิบัติงานในแปลงที่มีการระบาดและ

44. ไรแดง

44. ไรแดง

ไรแดง ภาพจาก: ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดพิษณุโลก https://www.facebook.com/profile.php?id=100007822839207

รอยทำลายหนอนห่อใบข้าว

รอยทำลายหนอนห่อใบข้าว

รอยทำลายหนอนห่อใบข้าว ภาพจาก: ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดพิษณุโลก https://www.facebook.com/profile.php?id=100007822839207