เพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง

เพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง ชนิดที่พบ (4 ชนิดหลัก) ช่วงเวลาและพาหะการระบาด ลักษณะการทำลาย วิธีป้องกันและกำจัด จัดทำโดย : สำนักงานเกษตรอำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้วอ้างอิง : สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้อมูล : วันที่ 27/04/2569
เพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง

แผ่นพับที่ 4/2568 เพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง ชื่อสามัญ : Mealybugsชื่อวิทยาศาสตร์ : Hemipteraชื่อวงศ์ : Pseudococcidae เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังเป็นแมลงปากดูด ลำตัวมีขนาดเล็กอ่อนนุ่ม มีไขแป้งปกคลุมลำตัว มีเส้นแป้งอยู่รอบลำตัวที่พบระบาดในมันสำปะหลัง ปัจจุบันพบแล้วอย่างน้อย 4 ชนิด ได้แก่ 1.เพลี้ยแป้งลาย (Striped mealybug)ชื่อวิทยาศาสตร์ Ferrisia virgataลักษณะที่สำคัญที่มองเห็นได้ชัดเจน คือ ตัวเต็มวัย เพศเมียค่อนข้างยาวรี มีเส้นแป้งยาว 1 คุ่ทางส่วนท้าย หากแป้งด้านหลังหลุดออกจะมองเห็นจุดสีเข้ม 2 แถบทางด้านหลัง 2.เพลี้ยแป้งสีเทา หรือเพลี้ยแป้งแจ็คเบียส (Jackbeard)ชื่อวิทยาศาสตร์ Pseudococcus jackbeardsleyiคล้ายกับชนิดแรกต่างกันที่ด้านข้างมีเส้นแป้งจำนวนมากรอบลำตัว 3.เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีเขียว (Green mealybug)ชื่อวิทยาศาสตร์ Phenacoccus madeirensisตัวเต็มวัยเพศเมียคล้ายรูปไข่มีสีเขียวอ่อน มีเส้นแป้งด้านข้างสั้นและด้านหลังมีแป้งปกคลุมน้อย 4.เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู (Pinkish mealybug)ชื่อวิทยาศาสตร์ Phenacoccus manihotiตัวเต็มวัยเพศเมียคล้ายรูปไข่มีสีชมพู มีเส้นแป้งด้านข้างสั้นและด้านหลังมีแป้ง
การจัดการมดเพื่อควบคุมเพลี้ยแป้งในลำไย

การจัดการมดเพื่อควบคุมเพลี้ยแป้งในลำไย มด มีบทบาทสำคัญในการเป็น พาหะ ในการแพร่กระจายของ เพลี้ยแป้ง เนื่องจากมดจะช่วยพาเพลี้ยแป้งไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืชเพื่อแลกกับการได้รับน้ำหวาน (Honeydew) จากเพลี้ย ดังนั้น การจัดการมดจึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการควบคุมการระบาดของเพลี้ยแป้ง วิธีการป้องกันและกำจัดมด การใช้กับดักเชิงกล/สารกีดขวาง: – นำ ผ้า ชุบด้วย น้ำมันเครื่องที่ใช้แล้ว มาพันรอบ โคนต้น – หรือ วัสดุค้ำยัน ต่าง ๆ เพื่อสร้างแนวป้องกันไม่ให้มดปีนขึ้นไป การใช้สารเคมีฆ่าแมลง (เป็นแนวป้องกัน): – นำ ผ้า ชุบด้วยสารฆ่าแมลง เช่น: – มาลาไทออน (Malathion) อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร – คาร์บาริล (Carbaryl) อัตรา 10 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร – พันผ้าที่ชุบสารเคมีนี้ไว้ที่ โคนต้น และ วัสดุค้ำยัน การจัดการวัชพืชเพื่อลดแหล่งหลบซ่อน – วัชพืช โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แห้วหมู และ หญ้าคา มักเป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งหลบซ่อนของมดและเพลี้ยแป้ง การรักษาความสะอาดในแปลงปลูกจึงเป็นสิ่งจำเป็น: – การกำจัดทางกายภาพ: ถอนต้น และ ขุดเหง้า ของวัชพืชที่อยู่ในดินออก – การใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช: ใช้สาร ฮาโลซัลฟูรอน-เมทิล 75% WG (Halos
เพลี้ยแป้งในนาข้าว

เพลี้ยแป้งในนาข้าว เพลี้ยแป้ง Pseudococus มีการลอกคราบ 3 ครั้ง ครั้งละ 5 วัน ระยะตัวเต็มวัยนาน 13 วัน และวางไข่ได้ประมาณ 109 ฟอง เพศผู้ลอกคราบ 4 ครั้ง ใช้ระยะเวลานาน 15 วัน ลักษณะการทำลายเพลี้ยแป้งทำลายข้าวโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นข้าว ตั้งแต่ระยะกล้าถึงระยะออกรวง ส่วนใหญ่พบทำลายช่วงระยะข้าวแตกกอ ถ้ามีปริมาณมากทำให้กาบใบและใบข้าวเป็นสีเหลืองถึงน้ำตาล เหี่ยวแห้ง แคระแกร็นและแห้งตายทั้งกอ ต้นที่ไม่แห้งตายก็ไม่สามารถออกรวงได้ตามปกติ หรือออกรวงได้เมล็ดข้าวที่ลีบ พบระบาดเป็นครั้งคราว มักพบระบาดเป็นหย่อม ๆ หรือบางจุด โดยเฉพาะปีที่อากาศแห้งและฝนแล้ง ความเสียหายเกิดขึ้นมากเช่นในภาคเหนือตอนบน หรือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การป้องกันกำจัด เรียบเรียง : สำนักงานเกษตรอำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว อ้างอิงจาก : สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พฤษภาคม ; 2568
เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง

เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง ที่พบในมันสำปะหลังมี 4 ชนิด คือ เพลี้ยแป้งลาย เพลี้ยแป้งแจ็คเบียส เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีเขียว และเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู สำหรับเพลี้ยแป้งที่ทำความเสียหายให้กับมันสำปะหลังอย่างรุนแรงคือ เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู ซึ่งเป็นแมลงศัตรูต่างถิ่น ลักษณะการทำลายเพลี้ยแป้งจะดูดกินน้ำเลี้ยงตามส่วนต่าง ๆ เช่น ใบ ยอด และตา ส่งผลต่อคุณภาพท่อนพันธุ์ หัวมีขนาดเล็ก เปอร์เซ็นต์แป้งต่ำ หากการระบาดรุนแรงยอดจะแห้งตาย ถ้ามีระบาดในช่วงที่มันสำปะหลังอายุน้อย อาจทำให้ต้นมันสำปะหลังตายหรือไม่สามารถสร้างหัวได้ ซึ่งเพลี้ยแป้งนี้จะระบาดรุนแรงในฤดูแล้งมากกว่าในฤดูฝน โดยเฉพาะฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน แปลงที่มีการระบาดอย่างรุนแรงความเสียหายเกิดขึ้นเกือบ 100 % ส่วนการแพร่ระบาดนั้น ตัวอ่อนเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสามารถเคลื่อนที่ได้จึงเคลื่อนย้ายไปตามส่วนต่าง ๆ บนต้นมันสำปะหลัง มีมดเป็นพาหะนำเพลี้ยแป้งไปยังส่วนต่าง ๆ ของต้นมันสำปะหลัง กระแสลมพัดพาไข่และตัวอ่อนไปยังต้นอื่น อีกทั้งท่อนพันธุ์มันสำปะหลังเป็นสาเหตุหลักในการแพร่กระจายและติดไปกับเกษตรกรที่ปฏิบัติงานในแปลงที่มีการระบาดและเครื่องมือการเ
ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
