แนวทางการจัดการพืชเพื่อรับมือกับสภาพน้ำท่วม
1.ระยะลดผลกระทบ (Mitigation) ป้องกันความเสียหายล่วงหน้า
เป้าหมาย : ลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด ก่อนที่ภัยพิบัติจะเกิดขึ้น
- วางผังแปลง/สวนใหม่ เช่น ยกร่องสวนไม้ผล ยกโคกปลูก มะพร้าว ขุดร่องระบายน้ำในสวน/พืชไร่
- สร้างโครงสร้างป้องกันทำคันดินรอบแปลงประตูน้ำ คูน้ำเบี่ยงน้ำป่า
- เลือกพันธุ์และฤดูปลูก ปลูกพันธุ์พืชทนน้ำ ปลูกพืชฤดูแล้งในพื้นที่เสี่ยง
- วางแผนพื้นที่เสี่ยง ใช้แผนที่ระดับน้ำท่วม/พื้นที่ต่ำเป็นเกณฑ์กำหนดชนิดพืช
2.ระยะเตรียมพร้อม (Preparedness) เตรียมตัวก่อนภัยมาถึง
เป้าหมาย : ลดการสูญเสียฉับพลัน เตรียมพร้อมรับมือภัยอย่างมีประสิทธิภาพ
- แจ้งเตือนล่วงหน้าผ่าน LINE FACEBOOK หอกระจายข่าว
- เก็บผลผลิตล่วงหน้า เร่งเก็บเกี่ยวก่อนน้ำท่วมหรือแปรรูป
- เตรียมเครื่องสูบน้ำติดตั้งตามจุดเสี่ยงพร้อมอุปกรณ์ป้องกันน้ำเข้าแปลง
- ย้ายต้นกล้า/พันธุ์พืช โดยเฉพาะกล้าผัก มะพร้าว ทุเรียน พืชกระถาง ฯลฯ
3.ระยะตอบสนอง (Response) บรรเทาผลกระทบในระยะวิกฤต
เป้าหมาย : ลดความเสียหายระหว่างน้ำท่วม และรักษาชีวิตพืชเท่าที่ทำได้
- เร่งระบายน้ำ สูบน้ำออกทันที เมื่อระดับน้ำภายนอกลด
- เติมอากาศให้ราก ใช้เครื่องเป่าลม ตีน้ำ หรือท่อไผ่ ช่วยให้รากไม่ขาดออกซิเจน
- ป้องกันโรคพืช เช่น เชื้อราโคนเน่า โรคเน่าคอดิน
- ช่วยเหลือฉุกเฉิน อาหาร-น้ำดื่ม แก่เกษตรกร เครื่องมือย้ายผลผลิต/การเข้าแปลงอย่างปลอดภัย
4.ระยะฟื้นฟู (Recovery) ฟื้นฟูการผลิตให้กลับมาเร็ว
เป้าหมาย : ทำให้เกษตรกรกลับมาผลิตได้เร็ว และมีรายได้หมุนเวียนทันทีหลังน้ำลด
- ฟื้นดิน – ฟื้นพืช ตากดิน ปรับค่าดิน เติมปุ๋ย ป้องกันรากเน่า
- สนับสนุนพันธุ์พืช แจกกล้า/เมล็ดพันธุ์ดี เพื่อปลูกซ่อมหรือปลูกรอบใหม่
- ปลูกพืชอายุสั้น เช่น ผักบุ้ง ถั่วงอก ข้าวโพดฝักอ่อน เพื่อหมุนเวียนรายได้ชั่วคราส
- ฟื้นโครงสร้างพื้นฐาน ถนนเกษตร ฝาย คูน้ำ ฯลฯ ให้ใช้งานได้โดยเร็ว
เรียบเรียง : สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่
พฤษภาคม ; 2568

ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
