หนอนกินจั่นมะพร้าว

หนอนกินจั่นมะพร้าว วงจรชีวิต ลักษณะการทำลายหนอนกินจั่นมะพร้าวพบมากในช่วงมะพร้าวออกช่อดอก (จั่น) โดยหนอนจะกัดกินและรวมกลุ่มสร้างรังอยู่ในช่อดอก ในแต่ละช่อดอกสามารถพบหนอนได้ทุกวัย ทำให้สามารถระบาดได้อย่างต่อเนื่อง การทำลายระยะนี้สร้างความเสียหายได้ถึง 50% นอกจากนี้หากอาหารไม่เพียงพอหรือถูกรบกวน หนอนสามารถสร้างเส้นใยเพื่อทิ้งตัวออกจากรังเพื่อหาแหล่งอาหารใหม่ บางครั้งพบเข้าทำลายผลอ่อน โดยหนอนกัดกินได้ถึงกะลามะพร้าว ส่วนผลแก่หนอนกัดกินส่วนผิวและสร้างเป็นรังคล้ายอุโมงค์ พบมากบริเวณขั้วผล วิธีการป้องกันกำจัด ที่มา : กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร
อาการผิดปกติที่เกิดจาก “เชื้อไวรัส”

อาการผิดปกติที่เกิดจาก “เชื้อไวรัส” ด่าง (MOSAIC) เหลือง (YELLOWING)/หงิกงอ (TWISTING) จุดวงแหวน (RING SPOT) หงิกงอ (TWISTING) เส้นใบเหลือง (YELLOW VEIN) *อาการผิดปกติจะแสดงออกที่บริเวณใบอ่อนหรือยอดก่อน *อาจพบแมลงพาหะถ่ายทอดเชื้อ เช่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ แมลงหวี่ขาวยาสูบ เพลี้ยแป้ง ฯลฯ *อาจคล้ายกับอาการขาดธาตุอาหาร ความผิดปกติจากพันธุกรรม พิษจากสารเคมี หรือแมลงและไรศัตรูพืช ที่มา : กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย เรียบเรียง : สำนักงานเกษตรอำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว
ระวังโรคกาโนเดอร์มาในปาล์มน้ำมัน

ระวังโรคกาโนเดอร์มาในปาล์มน้ำมัน ลักษณะของโรคโรคกาโนเดอร์มาในปาล์มน้ำมัน เกิดจากเชื้อรา Ganoderma boninense ทำให้เกิดอาการลำต้นเน่า โดยมีอาการเริ่มจากใบล่างจะเหลือง แห้งตาย และหักพับรอบลำต้น ต่อมาใบยอดจะไม่คลี่ ต้นจะโตช้า และเกิดดอกเห็ดคล้ายเห็ดหลินจือที่โคนต้น สาเหตุของโรค พาหะและการแพร่กระจาย วิธีการป้องกัน วิธีการควบคุม/รักษา จัดทำโดย : สำนักงานเกษตรอำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว
โรคขอบใบแห้งในข้าว (Bacterial Leaf Blight Disease)

โรคขอบใบแห้งในข้าว (Bacterial Leaf Blight Disease) พบมาก ในนาน้ำฝน นาชลประทาน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ สาเหตุ เชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas oryzae pv. oryzae (ex Ishiyama) Swings et al. อาการและการแพร่ระบาด อาการ โรคสามารถพบได้ตั้งแต่ระยะกล้าจนถึงระยะออกรวง ในระยะกล้าใบล่างจะปรากฎจุดซ้ำเล็ก ๆ บริเวณขอบใบ ต่อมา 7-10 วัน จะขยายเป็นแถบสีเหลืองยาว ใบที่เป็นโรคจะแห้งและมีสีเขียวซีดเป็นสีเทา หลังปักดำประมาณ 1-1.5 เดือน ใบข้าวจะแสดงอาการรอยขีดช้ำที่ขอบใบ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง และมีหยดน้ำสีครีมลักษณะคล้ายยางสนเกิดขึ้น ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและหลุดออกไปกับน้ำหรือฝน ซึ่งเป็นสาเหตุให้โรคแพร่ระบาดได้ แผลลุกลามไปตามความยาวและความกว้างของใบ ขอบแผลมีลักษณะเป็นลายหยัก และเปลี่ยนเป็นสีเทาในระยะหลัง ใบที่เป็นความยาวและความกว้างของใบ ขอบแผลมีลักษณะเป็นลายหยัก และเปลี่ยนเป็นสีเทาในระยะหลัง ใบที่เป็นโรคจะแห้งและม้วนตัวตามความยาวของใบ ในกรณีที่ต้นข้าวอ่อนแอและเชื้อโรครุนแรง จะทำให้ท่อน้ำท่ออาหารอุดตัน ส่งผลให้ต้นข้าวเหี่ยวแห้งและตายทั้้งต้นอย่างรวดเร็ว เรียกว่าอาการ “ครีเสก (Kresek)” การแพร่
หนอนกระทู้ผัก

หนอนกระทู้ผัก ชื่อสามัญ: Common cutwormชื่อวิทยาศาสตร์: Spodoptera litura (Fabricius)ชื่อวงศ์: Noctuidae หนอนกระทู้ผักเป็นแมลงที่สำคัญที่พบเข้าทำลายพืชผักตระกูลกะหล่ำ (เช่น คะน้า กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บรอกโคลี กวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักกาดหอม) โดยหนอนระยะแรกเข้าทำลายเป็นกลุ่ม กัดกินผิวใบจนบางใส หนอนจะเริ่มแยกย้ายเมื่อเข้าสู่วัย 2-3 ระยะต่อมาจะทำลายรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากหนอนมีขนาดใหญ่สามารถกัดกินใบ ก้าน หรือเข้าทำลายในหัวกะหล่ำ ทำความเสียหายและยากแก่การป้องกัน ซึ่งการเข้าทำลายมักเกิดเป็นหย่อม ๆ ตามจุดที่ตัวเต็มวัยเพศเมียวางไข่และมักแพร่ระบาดได้รวดเร็วตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน พืชอาหาร รูปร่างลักษณะ ลักษณะการทำลาย วิธีการป้องกันกำจัด 1.การเขตกรรม 1.1 ไถพรวนดิน ตากดินไว้อย่างน้อย 7 – 14 วัน ก่อนปลูกพืชฤดูกาลถัดไป และเก็บเศษซากพืชอาหารเพื่อฆ่าดักแด้ และลดแหล่งอาหารในการขยายพันธุ์ของหนอนกระทู้ผัก 1.2 ใช้โรงเรือนตาข่ายไนล่อน ขนาด 16 mesh หรือปลูกผักกางมุ้ง 2.การใช้วิธีกลเก็บกลุ่มไข่และหนอนทำลายจะสามารถลดการระบาดของหนอนกระทู้ผักได้ 3.การใช้ชีววิธี 3.1ระยะตัวอ่อนใช้เชื้อราบิวเวอเรียฉีดพ
ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
